أبو الريمي علي أحمد ابوبكر محمد أمين الأزهري الشافعي السيامي

ทับทิม (اَلرُّمَّانُ)

              ทับทิม  ชื่อไม้พุ่มชนิด Punica granatum Linn. ในวงศ์ Punicaceae เนื้อที่หุ้มเมล็ดสีแดงใสคล้ายพลอยทับทิม กินได้ เปลือกของต้น ของผล และของราก ใช้ทำยาได้ ชาวอาหรับเรียก “ทับทิม” ว่า “อัรรุมมาน” (اَلرُّمَّانُ) ผลเดียวเรียกว่า รุมมานะฮฺ (رُمَّانَةٌ ) เดิมที “ทับทิม” เป็นไม้ผลยืนต้นที่ขึ้นในอิหร่าน, เอเชียน้อย และภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียนทั่วไป ภายหลังต้นไม้ชนิดนี้ก็แพร่หลายไปทั่วโลก

              ในคัมภีร์อัลกุรอาน  ได้ระบุเรื่องของ “ทับทิม” เอาไว้ 3 แห่งด้วยกัน คือ ในบท อัลอันอาม อายะฮฺที่ 99 และอายะฮฺที่ 141 และบทอัรเราะฮฺมาน อายะฮฺที่ 68 ซึ่งถูกระบุว่าเป็นผลไม้ในสวรรค์ “ทับทิม” เป็นผลไม้ที่ผู้คนในสมัยโบราณรู้จักมาแต่เก่าก่อน พวกอิยิปต์โบราณใช้ทับทิมในการรักษาคนป่วย

              นักวิชาการระบุว่า แหล่งกำเนิดของทับทิมอยู่ในเขตตะวันตกเฉียงใต้ของเอเชีย และทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของชมพูทวีปและจาก  ชมพูทวีป (อินเดีย) ทับทิมก็เข้ามาแพร่หลายในอิหร่าน ต่อมาก็แพร่หลายสู่ภูมิภาคแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและอิยิปต์และเข้าสู่ยุโรปในยุคต่อมา

              ท่านอิบนุ อัลก็อยยิม (ร.ฮ) ระบุว่า :  ความหวานของทับทิมมีผลดีต่อกระเพาะอาหาร ทำให้กระเพาะอาหารแข็งแรง  มีประโยชน์ต่อลำคอ, อกและปอด  ดีสำหรับอาการไอเรื้อรัง  น้ำของผลทับทิมเป็นยาระบายอ่อนๆ และดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย  ช่วยให้มีความจำดี แต่ไม่เหมาะสำหรับคนที่มีไข้ตัวร้อน  กรดที่ได้จากน้ำทับทิมมีประโยชน์ต่อกระเพาะที่มีอาการอักเสบ ทำให้ปัสสาวะคล่อง  บรรเทาอาการดีซ่าน  และหยุดอาการท้องเสียได้ชะงัด  และหยุดอาการอาเจียนคลื่นไส้  และทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรง…”

              ทับทิมมี 3 ชนิด คือ ชนิดหวาน , เปรี้ยว และอมเปรี้ยว  ทับทิมชนิดหวานมีน้ำตาลประมาณ 7-10 % มีน้ำ 81% โปรตีน 0.6% ไขมัน 0.3% มีไฟเบอร์หรือใยอาหาร 2% และมีแร่ธาตุจำพวกเหล็ก, ฟอสฟอรัส, กำมะถัน, แคลเซียม, โปตัสเซียมและแมงกานีส และมีไวตามิน C ค่อนข้างมาก สำหรับผลทับทิมที่มีรสเปรี้ยวจะมีเปอร์เซ็นต์ของน้ำตาลไม่มาก แต่มีกรดมะนาวสูงถึง 2% ซึ่งถือว่าในผลทับทิมมีมากกว่าในมะนาวเอง เมล็ดของทับทิมชนิดนี้มีโปรตีน 9% และไขมัน 7%

 

              เปลือกภายนอกของผลทับทิมมี Tannic Acide จึงนิยมเอาเปลือกทับทิมแห้งมาบดละเอียดเป็นยาแก้ท้องเสียและอาการเป็นบิด และบรรเทาอาการเลือดออกในระบบย่อยอาหาร บางทีก็ใช้เปลือกต้มสุกเพื่อบรรเทาอาการที่ว่านี้เหมือนกัน เปลือกของผลทับทิมยังมีสรรพคุณในการขับพยาธิ เพราะเปลือกทับทิมมีสารเพลลิเธียรีน(Peletierine) 

              นอกจากนี้ยังนิยมใช้เปลือกทับทิมเป็นส่วนผสมในการทำให้สีคงทน  และใช้ในการฟอกหนังสัตว์  และการย้อมผิวร่วมกับเฮนน่าอฺ (เทียน)  เปลือกของส่วนรากทับทิมก็มีสรรพคุณในการขับพยาธิและบรรเทาอาการท้องเสีย  ดอกทับทิมที่นำมาต้มสุกก็มีสรรพคุณที่ว่าเช่นกัน  และมีสรรพคุณแก้โรคเหงือก  เช่น เหงือกบวม รำมะนาด เป็นต้น

              น้ำทับทิมคั้นจากทับทิมชนิดที่มีรสเปรี้ยว ช่วยป้องกันอาการเท้าและข้อบวมอักเสบ และป้องกันการเป็นก้อนนิ่วในไต ผลทับทิมมีสารกระตุ้นทำให้มีความกระชุ่มกระชวย บำรุงหัวใจและระบบประสาท มีประโยชน์สำหรับผู้มีอาการประสาทอ่อนๆ เมื่อนำเอาน้ำทับทิมหยอดจมูกหรือผสมกับน้ำผึ้งจะช่วยรักษาอาการเยื่อโพรงจมูกอักเสบและทำให้ทางเดินหายใจสะอาดและดีสำหรับอาการจามเนื่องจากหวัดและมีน้ำมูก

     
พันธุ์ไม้และสมุนไพรในอัลกุรอาน :  5.  ทับทิม (اَلرُّمَّانُ)

โดย…อาลี เสือสมิง

Default image
อาลี เสือสมิง