أبو الريمي علي أحمد ابوبكر محمد أمين الأزهري الشافعي السيامي

ไม่มีดินแดนในโลกที่ไม่มีอิสลาม

ถ้าหากว่าเราต้องการรวบรวมสถิติที่ครอบคลุมถึงดินแดนทั้งหมดที่อิสลามเข้าสู่ดินแดนนั้นด้วยการเชิญชวนเรียกร้องโดยสันติและถ้อยคำที่งดงามพร้อมด้วยวิทยปัญญาตลอดจนข้อตักเตือนที่ดีงามแล้วละก็หนังสือเล่มนี้คงมิอาจจะบรรจุถึงรายละเอียดได้ทั้งหมด 

 

 

ทั้งนี้เป็นเพราะว่า  อิสลามคือศาสนาที่โบยบิน-อย่างที่กล่าวมา-โดยเคลื่อนย้ายจากบุคคลหนึ่งสู่อีกบุคคลหนึ่งจากสถานที่หนึ่งสู่อีกสถานที่หนึ่งตามสายลมที่พัดพาไป  พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงบันดาลให้อิสลามมีความพิเศษในการโน้มน้าวและดึงดูดจิตใจของผู้คนไม่ว่าบุคคลใดก็ตามที่มีหัวใจบริสุทธิ์มีความนึกคิดที่สมบูรณ์ได้ทำความรู้จักต่ออิสลามแล้ว  หัวใจของผู้นั้นก็ย่อมเปิดรับและเข้าสู่อิสลามหากพระองค์ทรงประสงค์

 

นอกจากนี้พระผู้เป็นเจ้ายังได้ทรงบันดาลให้ศาสนาอันบริสุทธิ์ของพระองค์เป็นประหนึ่งดังความเร้นลับที่คล้ายคลึงกับโอสถสำหรับหัวใจ  ไม่ว่าบุคคลใดก็ตามที่มีความเศร้าทุกข์ระทมอันหนักอึ้งเขาก็จะพบในอิสลามนั้นมีโอสถเยียวยาความทุกข์ระทมนั้น  และนี่ก็คือสิ่งที่เราสามารถจะพบเห็นได้ในโลกปัจจุบัน  ในสังคมต่าง ๆ ที่ความเจริญทางสังคมเมืองกำลังถาโถมและเหนื่อยล้าด้วยความคิดในเชิงวัตถุนิยม  ในประเทศอังกฤษ,  ฝรั่งเศส,  เยอรมันและสหรัฐอเมริกามีผู้คนหลายพันคนได้เข้ารับอิสลามเพื่อนำเอาชีวิตของพวกเขาหลีกหนีจากความวุ่นวาย  ความสับสนและการสูญเสียความสงบของจิตใจในชีวิตประจำวัน 

 

นักบูรพาคดีชาวอังกฤษที่ชื่อ เดวิด  โคเวน  ซึ่งเป็นอาจารย์ระดับสูงที่ทำการสอนอยู่ในวิทยาลัยเพื่อการวิจัยอิสลามแห่งกรุงลอนดอน  ได้เล่าถึงเรื่องราวการเข้ารับอิสลามของตนโดยกล่าวว่าโลกนี้ได้สร้างความคับอกความใจแก่เขาหลายต่อหลายครั้งอย่างไร  จนมิอาจจะหาความสงบสุขทางจิตใจได้เลย  จวบจนกระทั่งพระผู้เป็นเจ้าได้ทรงเปิดหัวใจของเขาให้เข้ารับอิสลาม  ซึ่งตัวเขาเองก็รู้จักอิสลามเป็นอย่างดีในการศึกษาวิจัยและการใช้ชีวิตคลุกคลีกับชาวมุสลิมมาก่อน 

 

เขาพบว่าในอิสลามมีความสงบสุขทางจิตใจที่ยิ่งใหญ่  และเขาเองก็ทราบดีว่าการเข้ารับอิสลามเขาจะเป็นอุปสรรคสำคัญในการได้รับตำแหน่งอธิการบดีของวิทยาลัย  เขาจึงไม่หวังในหน้าที่การงานและพอเพียงกับตำแหน่งอาจารย์ที่เขาเป็นอยู่  และเขาก็ได้พบว่าในอิสลามมีฐานะอันสูงส่งยิ่งนักที่จิตใจของมนุษย์ใฝ่ฝันจะไปถึง 

 

นักบูรพาคดีอาร์บิรีย์  ซึ่งแปลอัลกุรอานเป็นภาษาอังกฤษก็ได้เล่าถึงเรื่องราวในทำนองเดียวกันนี้  นั่นคือเขาเกิดความหวั่นเกรงที่จะบังอาจเรียกหนังสือแปลของตนเองว่าเป็นการตัฟซีร  (อรรถกถา)  ทั้งนี้เพราะเขาเกิดความรับรู้ในจิตใจของตนว่า  ถ้อยคำของอัลกุรอานมิอาจจะทำการถ่ายทอดไปสู่มนุษย์ได้นอกเสียจากด้วยถ้อยคำซึ่งที่ได้ถูกประทานลงมาแก่ท่านศาสนทูต  (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) 

 

ส่วนการอรรถกถาหรือตัฟซีรถ้อยคำของพระเจ้านั้นย่อมสามารถกระทำได้  เพราะการอรรถกถาอาจจะใช้ภาษาอาหรับหรือภาษาอื่นก็ได้แต่การแปลโดยตรงจากอัลกุรอานไปเป็นภาษาอื่นมันเป็นคนละเรื่องโดยสิ้นเชิง  เราจึงกล่าวได้ว่า  ในทุกวันนี้อิสลามก็คือที่พักพิงอันปลอดภัยของผู้คนเป็นจำนวนมากที่เกิดความคับอกคับใจและไม่ยินดีกับสภาพอันฟอนเฟะของสังคมที่เน้นวัตถุนิยม  การแก่งแย่งที่รุนแรงในการกอบโกยความผาสุกในโลกนี้  ผู้คนได้หันสู่อิสลามและพบว่าในอิสลามมีโอสถอันวิเศษที่รักษาเยียวยาความป่วยไข้ทางจิตใจ

 

ผู้เขียนเคยสอบถามพูดคุยกับผู้ศรัทธาชาวเยอรมันบางคนในมัสยิดแห่งหนึ่งในกรุงเบอร์ลินว่า  :  ศาสนาเดิมของคุณไม่สามารถสร้างความสงบสุขทางจิตใจได้เลยกระนั้นหรือ  เพราะเท่าที่ทราบนั้นก็เป็นศาสนาแห่งฟากฟ้าที่เคารพสักการะต่อพระผู้เป็นเจ้าเช่นกัน เขาตอบว่า  :  ใช่  ก่อนที่ผมจะเข้ารับอิสลาม  ผมเคารพสักการะต่อพระผู้เป็นเจ้า  แต่ผมห่างไกลจากพระองค์  ผมไม่สามารถติดต่อถึงพระองค์ได้นอกจากผ่านบาทหลวง  แต่มาบัดนี้ผมอยู่กับพระองค์ไม่ว่าผมจะอยู่  ณ  ที่ใด  และพระองค์ก็ทรงอยู่กับผมไม่ว่าผมจะอยู่  ณ  ที่ใด  ผมขอลุแก่โทษและสรรเสริญพระองค์  วิงวอนต่อพระองค์ถึงความเศร้าใจและความเจ็บปวดที่ผมมีและผมก็รับรู้ได้ว่า  พระองค์ทรงอยู่ใกล้ชิดกับผม  จิตใจของผมจึงเกิดความสงบและร่มเย็น  และพบกับความสบายใจอย่างไม่มีที่สิ้นสุด 

 

ผู้เขียนจึงกล่าวกับชาวมุสลิมเยอรมันผู้นั้นว่า  คุณไม่ทราบดอกหรือว่าพระผู้เป็นเจ้าได้ทรงตรัสถึงสิ่งนี้ไว้อย่างชัดเจนว่า  “และเมื่อบ่าวของข้าได้วิงวอนขอต่อข้า  ข้านี้อยู่ใกล้ข้าจะตอบรับคำวิงวอนของบ่าวเมื่อเขาขอต่อข้า  ดังนั้นพวกเขาทั้งหลายจงตอบรับต่อข้าเถิดและจงมีศรัทธาต่อข้า  เพื่อว่าพวกเขาได้รับการชี้นำทาง”  (อัลบะกอเราะห์  186)  ชาวเยอรมันจึงกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าที่เบิกบานว่า  :  ผมไม่เคยได้ยินโองการนี้เลยแต่ผมก็รับรู้ถึงมันได้เป็นอย่างดี  ผมเคยรู้สึกเสมอว่า  พระผู้เป็นเจ้าทรงอยู่ใกล้ชิดและพระองค์จะทรงตอบรับเสมอเมื่อผมได้วิงวอนขอต่อพระองค์” 

 

อาจจะมีผู้อคติบางคนโต้แย้งในกรณีที่ว่า  อิสลามไม่เคยแพร่หลายออกไปด้วยการใช้กำลัง  และไม่ยอมรับต่อกรณีที่ว่า  การพิชิตทั้งหลายที่เกิดขึ้นไม่ได้มีจุดประสงค์ในการทำให้ผู้คนเข้ารับอิสลามในสภาพที่หวาดกลัวแต่มีจุดมุ่งหมายในการทำลายอุปสรรคขวางกั้นในการเข้ารับอิสลามของผู้คนโดยดุษฎี  เพราะถ้อยคำแห่งอิสลามนั้นเมื่อมันได้บรรลสู่จิตใจที่บริสุทธิ์นั้นจะนำพาไปยังการเปลี่ยนแปลงสู่การศรัทธาเสมอ  และเราก็ไม่ต้องการโต้เถียงกับผู้ดื้อดึงที่ไม่ยอมรับฟังเหตุผลเหล่านี้  เพราะพวกเขาเหล่านี้คือผู้ที่จมปลักอยู่ในการโต้เถียง  และการกล่าวให้ร้ายไม่ว่าเราจะนำหลักฐานที่ชัดเจนเพียงไรมาอธิบายพวกเขาก็ย่อมไม่ศรัทธาหรือยอมรับอยู่ดี

 

แต่ทว่าเราจะไม่ปล่อยให้ผู้ชอบโต้เถียงเหล่านี้จมปลักอยู่กับความเท็จของพวกเขาแต่จะต้องดำเนินการเรียกร้องพวกเขาด้วยสิ่งที่ดีงามและหลักฐานที่ชัดแจ้งอย่างต่อเนื่องอันเป็นการปฏิบัติตามแบบอย่างของท่านศาสนทูต  (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม)  ในการเรียกร้องเหล่าผู้ปฏิเสธอย่างไม่ลดละและไม่เบื่อหน่ายควบคู่ไปกับความพยายามอย่างยิ่งยวดในการทำให้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องบรรลุสู่จิตใจของผู้คน  โดยมุ่งหวังว่านั้นจะเป็นการปลดปล่อยให้จิตใจเหล่านั้นหลุดพ้นจากอคติหรือความไม่เข้าใจ  และยึดมั่นในคำสอนของพระผู้เป็นเจ้า  ผู้ซึ่งทรงทำให้ความจริงกระจ่างและทำให้ความเท็จมลายสูญดังที่พระองค์ทรงดำรัสว่า

 

“بل نقذف بالحق على الباطل فيدفعه فإذاهوزاهق ولكم الويل مماتصفون”   الأنبياء ۱۸

“แต่ว่าเราได้โยนความจริงให้อยู่เหนือความเท็จแล้วความจริงก็จะผลักไสความเท็จนั้น  แล้วมันก็จะมลายสิ้นไป  และความหายนะจะประสบแก่พวกเจ้าในสิ่งที่พวกเจ้ากล่าวเสกสรรปั้นแต่งต่ออัลลอฮฺ” 
(อัล-อัมบิยาอฺ 18)

 

จึงถือเป็นสิ่งที่ถูกต้องในการที่เราจะต้องนำเอาหลักฐานต่าง ๆ ที่ไม่อาจโต้แย้งได้มาแสดงแก่พวกชอบโต้เถียงเหล่านี้  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของประชาชาติต่าง ๆ ทั้งหมดที่ได้เข้ารับอิสลามด้วยการใช้วิทยปัญญา  ข้ออนุสติเตือนใจที่งดงามซึ่งโน้มน้าวการศรัทธาสู่อิสลามเพียงประการเดียว  โดยไม่มีการบังคับหรือมีการใช้กำลังทหารม้าใด ๆ เข้ารุกรานดินแดนของพวกเขา  หากเป็นการเรียกร้องเชิญชวนด้วยสัจธรรมที่บรรลุถึงพวกเขาและปลดพันธนาการทั้งหลายสู่การยอมรับอิสลาม

 

เป็นที่ทราบกันดีว่า  ดินแดนแห่งชมพูทวีปและดินแดนไกลโพ้นทางทิศตะวันตกของแผ่นดินจีนนั้นคือสองดินแดนที่กองทัพแห่งอิสลามได้รุกประชิดไปถึง  ส่วนดินแดนที่เลยไปทางทิศตะวันออกนั้น  ล้วนแล้วแต่เป็นการพิชิตของอิสลามเพียงประการเดียว  (มิใช่ด้วยกำลังทหาร)  กรณีนี้ย่อมไม่มีข้อโต้เถียงใด  และเมื่อปรากฏว่า  อิสลามเพียงประการเดียวคือสิ่งที่พิชิตหัวใจของผู้คนและชนชาติทั้งหลายในดินแดนที่กระแสการพิชิตของอิสลามครอบคลุมไปถึง  เมื่อเป็นเช่นนี้  ดินแดนที่เราจะกล่าวถึงนั้นก็คือการพิชิตของอิสลามเพียงประการเดียวอย่างไม่ต้องสงสัย 

 

ทั้งนี้เราจะติดตามถึงการแพร่หลายของอิสลามในดินแดนที่ถัดมาจากชมพูทวีปและตะวันตกของจีนในทางทิศตะวันออกและจะดำเนินไปตามเส้นทางที่อิสลามผู้พิชิตได้ไปถึง  เมื่อเสร็จสิ้นจากการท่องดินแดนเหล่านั้นแล้วเราก็จะย้อนกลับสู่ดินแดนทางตะวันตก  โดยจะศึกษาถึงการพิชิตของอิสลามเพียงลำพังโดยไม่มีกำลังทหารใด ๆ ในดินแดนที่ตั้งอยู่ทางเส้นเขตร้อนใต้ของแอฟริกานับแต่ทางใต้ของทะเลทรายซะฮาร่าหลังจากนั้นเราก็ศึกษาถึงดินแดนอื่น ๆ ที่อิสลามได้ไปถึงในส่วนต่าง ๆ ของโลกใบนี้และพระองค์อัลลอฮฺทรงเป็นผู้ถูกขอความอนุเคราะห์ในทุกสิ่งที่ดีงาม

 

Default image
อาลี เสือสมิง