أبو الريمي علي أحمد ابوبكر محمد أمين الأزهري الشافعي السيامي

อัสบาบุนนุซูล | อายะฮฺที่ 115 สูเราะฮฺอัล-บะเกาะเราะฮฺ


وَلِلَّـهِ الْمَشْرِقُ وَالْمَغْرِبُ ۚ فَأَيْنَمَا تُوَلُّوا 
فَثَمَّ وَجْهُ اللَّـهِ ۚ إِنَّ اللَّـهَ وَاسِعٌ عَلِيمٌ

 “และทิศตะวันออกและทิศตะวันตกเป็นสิทธิของพระองค์อัลลอฮฺ ดังนั้นไม่ว่า ณ ที่ใดพวกท่านหันหน้า ที่นั่นก็คือทิศของพระองค์อัลลอฮฺ (ซึ่งพระองค์ทรงยินดี) แท้จริงพระองค์อัลลอฮฺทรงแผ่ไพศาล (พระกรุณาของพระองค์ครอบคลุมทุกสรรพสิ่ง) อีกทั้งทรงพระปรีชาญาณยิ่ง”

 

มูลเหตุแห่งการประทาน

อิมามมุสลิม , อัต-ติรฺมิซียฺ และอัน-นะสาอียฺ คัดสายรายงานจากท่านอิบนุ อุมัร (ร.ฎ.) ว่า : ท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม) เคยละหมาดสุนนะฮฺบนหลังสัตว์พาหนะของท่าน (โดยท่านหันหน้าในการละหมาดสุนนะฮฺตามที่สัตว์พาหนะหันหน้าไป) ไม่ว่าสัตว์พาหนะนั้นจะพาให้ท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม) หันไปทางไหนก็ตาม โดยที่ท่านมุ่งหน้าจากนครมักกะฮฺสู่นครมะดีนะฮฺ” ต่อมาอิบนุ อุมัร (ร.ฎ.) ก็อ่านอายะฮฺนี้และกล่าวว่า “ในเรื่องนี้อายะฮฺนี้ถูกประทานลงมา” (อิมามมุลิมบันทึกไว้ในเศาะหิหฺของท่าน 1/486-487, ตุหฺฟะฮฺ อัล-อะหฺวะซียฺ 8/292-293 หะดีษเลขที่ 4034)

 

อิมามอัส-สุยูฏียฺ (ร.ฮ.) กล่าวว่า : นี่เป็นสายรายงานที่ถูกต้องที่สุดในการระบุเกี่ยวกับอายะฮฺนี้ นักวิชาการกลุ่มหนึ่งยึดสายรายงานนี้ แต่ในเนื้อหาของหะดีษไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนถึงการเป็นมูลเหตุแห่งการประทานอายะฮฺ สำนวนของหะดีษเพียงแต่ระบุว่า “อายะฮฺนี้ถูกประทานลงมาในเรื่องเช่นนี้” (ลุบาบุนนุกูลฯ ; อัส-สุยูฏียฺ หน้า 23)

 

อัล-หากิมคัดสายรายงานจากท่านอิบนุ อุมัร (ร.ฎ.) ว่า “อายะฮฺ  فَأَيْنَمَا تُوَلُّوا فَثَمَّ وَجْهُ اللَّهِ  ถูกประทานลงมาในการที่ท่านจะละหมาดสุนนะฮฺ (โดยท่านหันหน้า) ณ ทิศใดก็ตามที่สัตว์พาหนะของท่านพาท่านมุ่งหน้าไปยังทิศนั้น” อัล-หากิมกล่าวว่า “สายรายงานของหะดีษนี้เศาะหิหฺตามเงื่อนไขของอิมามมุสลิม” (อ้างแล้ว หน้า23)

 

อิบนุ ญะรีรฺ และอิบนุ อบีหาติม คัดสายรายงานจากอะลี อิบนุ อบีฏอลหะฮฺ จากท่านอิบนุ อับบาส (ร.ฎ.) ว่า : “แท้จริงท่านรสูลุลลอฮฺ (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม) เมื่อครั้งที่ท่านอพยพสู่นครมะดีนะฮฺแล้ว พระองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ได้มีบัญชาให้ท่านหันหน้าไปยังทิศที่ตั้งของบัยตุลมักดิส พวกยะฮูดียฺก็แสดงอาการยินดี ท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม) ก็ได้หันหน้าสู่บัยตุลมักดิสในการละหมาดเป็นเวลาราวสิบเดือนเศษ

 

ท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม) มีความรักต่อทิศของท่านนบีอิมรอฮีม (อ.ล.) ท่านจึงวิงวอนขอและแหงนหน้าสู่ฟากฟ้าเบื้องบน พระองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) จึงทรงประทานอายะฮฺที่ว่า  فَوَلَّوْاوُجُوْهَكُمْ شَطْرَهُ ลงมา ฝ่ายพวกยะฮูดียฺก็เกิดความคลางแคลงจากสิ่งดังกล่าว และพวกเขาก็กล่าวว่า “สิ่งใดที่ทำให้พวกเขา (หมายถึงท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม) และชาวมุสลิม) ผินออกจากทิศของพวกเขาซึ่งพวกเขาเคยอยู่บนทิศนั้น”

 

พระองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) จึงทรงประทานอายะฮฺ قل لله المشرق والمغرب ลงมา” สายรายงานของหะดีษนี้แข็งแรง และความหมายของหะดีษก็สนับสนุนนัยของการเป็นมูลเหตุแห่งการประทาน อายะฮฺนี้จึงถูกยึดถือเป็นหลักในเรื่องนี้ (อ้างแล้ว หน้า 23)

 

ในเรื่องมูลเหตุแห่งการประทานอายะฮฺนี้ยังมีรายงานอื่นๆ อีก แต่สายรายงานอ่อน (เฎาะอีฟ) ดังนี้

  • อัต-ติรฺมิซียฺ , อิบนุมาญะฮฺ และอัดดาเราะกุฏนียฺได้คัดสายรายงานจากอัช-อัษ อัส-สะมาน จากอาศิม อิบนุ อับดิลลาฮฺ อิบนิ อามิรฺ อิบนิ เราะบีอะฮฺ จากบิดาของเขาว่า : “พวกเราเคยร่วมเดินทางพร้อมกับท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม) ในค่ำคืนหนึ่งที่มืดสนิท พวกเราจึงไม่รู้ว่าทิศกิบละฮฺอยู่ทางไหน พวกเราแต่ละคนจึงละหมาดหันหน้าไปยังทิศของตน ครั้นเมื่อถึงเวลาเช้า พวกเราจึงกล่าวถึงเรื่องนั้นแก่ท่านรสูล (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม) อายะฮฺนี้จึงประทานลงมา”

อัต-ติรมีซียฺกล่าวว่า : เป็นหะดีษเฆาะรีบ และอัช-อัษถูกถือว่าอ่อนในการรายงานหะดีษ

  • อัด-ดาเราะกุฏนียฺ และอิบนุ มัรฺดะวัยฮฺ คัดสายรายงานจากอัล-อัรฺซะมียฺ จากอะฏออฺ จากญาบิรฺว่า : ท่านรสูล (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม) ได้ส่งกองทหารหนึ่งออกลาดตระเวณ ฉันอยู่ในกองทหารนั้นด้วย แล้วความมืดมิดก็มาประสบกับพวกเรา พวกเราจึงไม่รู้ถึงทิศกิบละฮฺ (ว่าอยู่ทางทิศใด)

    กลุ่มหนึ่งจากพวกเราจึงกล่าวขึ้นว่า : “แน่แท้พวกเรารู้ถึงทิศกิบละฮฺ มันอยู่ตรงนี้ ทางด้านทิศเหนือ” พวกเขาก็ละหมาดแล้วพวกเขาก็ขีดเส้นเอาไว้ พวกเราบางคนกล่าวว่า “ทิศกิบละฮฺนั้นอยู่ตรงนี้ ทางด้านทิศใต้” แล้วพวกเขาก็ละหมาด และพวกเขาก็ขีดเส้นเอาไว้ ครั้นถึงเวลาเช้า ดวงอาทิตย์ก็ขึ้น จึงปรากฏว่าเส้นที่ขีดเอาไว้มิใช่ทิศกิบละฮฺ ครั้นเมื่อพวกเรากลับจากการเดินทางลาดตระเวณ พวกเราจึงถามท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม) ท่านก็นิ่งเงียบ พระองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) จึงทรงประทานอายะฮฺนี้ลงมา”

  • อิบนุ มัรฺดะวัยฮฺ คัดสายรายงานจากอัล-กัลบียฺ จากอบีศอลิหฺ จากท่านอิบนุ อับบาส (ร.ฎ.) ว่า : แท้จริงท่านรสูล (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม) ได้ส่งกองทหารหนึ่งออกไปลาดตระเวณ แล้วหมอกลงจัดเหนือพวกเขา พวกเขาจึงไม่รู้ถึงทิศกิบละฮฺ พวกเขาได้ละหมาด

    ต่อมาก็เป็นที่แน่ชัดสำหรับพวกเขาว่าพวกเขาได้ละหมาดหันหน้าไปยังทิศอื่นที่มิใช่ทิศกิบละฮฺภายหลังดวงอาทิตย์ขึ้น ครั้นเมื่อพวกเขาได้มาหาท่านรสูล (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม) พวกเขาก็เล่าให้ท่านทราบถึงเรื่องนั้น พระองค์อัลลออฺ (ซ.บ.) จึงทรงประทานอายะฮฺนี้ลงมา”

  • อิบนุ ญะรีรฺ คัดสายรายงานจากท่านเกาะตาดะฮฺว่า : “แท้จริงท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม) ได้กล่าวว่า “แท้จริงพี่น้องของพวกท่านได้เสียชีวิตแล้ว (หมายถึงกษัตริย์อัน-นะญาชียฺ แห่งอบิสซิเนีย) พวกท่านจงละหมาดให้แก่เขาเถิด” บรรดาเศาหาบะฮฺกล่าวว่า “เราจะละหมาดให้แก่ชายที่มิใช่มุสลิมกระนั้นหรือ?” เกาะตาดะฮฺกล่าวว่า : อายะฮฺที่ว่า وإنَّ مِن اَهْلِ الكِتَا بِ لَمَنْ يُؤْمِنُ بِا لله…… จึงประทานลงมา พวกเขาจึงกล่าวว่า “แท้จริงเขาไม่เคยละหมาดหันหน้าไปยังทิศกิบละฮฺ!” พระองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) จึงทรงประทานอายะฮฺนี้ลงมา

 

อิมามอัส-สุยูฏียฺ (ร.ฮ.) ระบุว่า หะดีษนี้เป็นหะดีษเฆาะรีบ ญิดดัน และเป็นหะดีษมุรสัล หรือมุอฺฎ็อล (ลุบาบุนนุกูลฯ หน้า 24) หะดีษมุอฺฏ็อลหมายถึงหะดีษที่มีคน 2 คนหรือมากกว่าตกไปจากสายรายงานโดยติดต่อกัน หะดีษที่มีลักษณะเช่นนี้จึงเป็นหะดีษอ่อน (เฏาะอีฟ) และมีสภาพแย่ยิ่งกว่าหะดีษมุรสัล และหะดีษมุงเกาะฏิอฺ

  • อิบนุญะรีรฺ คัดสายรายงานจากท่านมุญาฮิดว่า : “เมื่ออายะฮฺที่ว่า  “พวกเจ้าจงวิงวอนขอต่อข้า ข้าจะตอบรับแก่พวกเจ้า” ประทานลงมา บรรดาเศาะหาบะฮฺก็กล่าวว่า : (ให้พวกเขาวิงวอนขอ) ไปยังทิศใดเล่า อายะฮฺนี้จึงประทานลงมา (ลุบาบุนนุกูลฯ หน้า 24)
Default image
อาลี เสือสมิง