การสถาปนารัฐอัลอุม่าวียะฮฺในแคว้นอัลอันดะลุส (ฮ.ศ.138-420/คศ.755-1029)

ระบอบการปกครองแบบคิลาฟะฮฺแห่งราชวงศ์อัลอุม่าวียะฮฺในกรุงดามัสกัส ได้ล่มสลายในปีฮ.ศ.132/คศ.750 ค่อลีฟะฮฺองค์สุดท้ายคือมัรวาน อิบนุ มุฮำมัด อิบนิ อัลหะกัม (ฮ.ศ.72-132/คศ.692-750) ได้ปราชัยต่อกองทัพของพวกอับบาซียะฮฺ ในสมรภูมิอัซฺซาบ เป็นเหตุให้กองทัพของอบู มุสลิม อัลคุรอซานีย์ แม่ทัพของอับบาซียะฮฺยึดครองแคว้นคุรอซานได้ทั้งหมด  หลังจากนั้นอบูมุสลิม อัลคุรอซานีย์ก็ได้มอบหมายให้อับดุลลอฮฺ อิบนุ อะลี นำทัพอับบาซียะฮฺเพื่อเข้ายึดครองกรุงดามัสกัส ค่อลีฟะฮฺมัรวานจึงหลบหนีสู่จอร์แดน เจ้าเมืองจอร์แดนได้เข้าร่วมสมทบกับมัรวานและเข้าสู่ปาเลสไตน์ ทะเลทรายแห่งซีนาย และอียิปต์

ฝ่ายกองทัพของอับดุลลอฮฺ อิบนุ อะลีก็ไล่ติดตามกำลังพลของมัรวานจนถึงเมืองบูซีรฺในอียิปต์และเกิดการรบพุ่งขั้นแตกหักระหว่างพวกอัลอุม่าวีย์กับพวกอับบาซียะฮฺซึ่งกินระยะเวลาราว 10 วัน มัรวานถูกสังหาร อาณาจักรอัลอุม่าวียะฮฺก็สิ้นสุดลงอาณาจักรอับบาซียะฮฺก็ถูกสถาปนาขึ้นอย่างเป็นทางการ

อบุลอับบาส อัซฺซัฟฺฟาฮฺ (ฮ.ศ.132/คศ.750) ค่อลีฟะฮฺองค์แรกในราชวงศ์อับบาซียะฮฺได้มีบัญชาให้ไล่ติดตามบรรดาสมาชิกและผู้ที่นิยมในวงศ์อัลอุม่าวียะฮฺและกวาดล้างแบบขุดรากถอนโคน บรรดาสมาชิกและผู้ที่นิยมในวงศ์อัลอุม่าวียะฮฺต่างก็หลบหนีเอาตัวรอดสู่หัวเมืองต่างๆ หนึ่งในสมาชิกของราชวงศ์อัลอุม่าวียะฮฺที่หลบหนีจากการไล่ล่าของพวกอับบาซียะฮฺคืออับดุรเราะฮฺมาน อิบนุ มุอาวียะฮฺ อิบนิ ฮิชาม บุคคลผู้นี้เป็นหลานของค่อลีฟะฮฺ ฮิชาม อิบนุ อับดิลมาลิก แห่งราชวงศ์อัลอุม่าวียะฮฺ

อับดุรเราะฮฺมานได้หลบหนีจากการปิดล้อมไล่ล่าของพวกอับบาซียะฮฺในเมืองบาดียะตุชฺชาม ริมฝั่งแม่น้ำยูเฟรติสในปีฮ.ศ.132 เขาหลบหนีเข้าสู่อียิปต์และลิเบียตามลำดับ โดยหลบซ่อนตัวอยู่กับอบูกุรเราะฮฺ อัลบัรบะรีย์ จากเผ่าเบอร์เบอร์ซะนาตะฮฺ ในเมืองบัรเกาะฮฺ

ต่อมาอับดุรเราะฮฺมานเห็นว่าการหลบซ่อนอยู่ในแอฟริกาเหนือย่อมไม่เป็นการดีต่อความปลอดภัยของตน เพราะพวกอับบาซียะฮฺกำลังต้องการตัวจึงส่งบัดฺร์คนรับใช้ของตนไปยังฝั่งอัลอันดะลุสเพื่อติดต่อกับบรรดาผู้ที่ยังให้การสนับสนุนต่อวงศ์อุม่าวียะฮฺ บัดฺร์ได้พบกับอบู  อุสมาน อุบัยดุลลอฮฺ อิบนุ อุสมาน และอับดุลลอฮฺ อิบนุ คอลิด และแจ้งข่าวให้บุคคลทั้งสองรับรู้ถึงความประสงค์ของอับดุรเราะฮฺมาน

บุคคลทั้งสองจึงเริ่มซ่องสุมกำลังคนที่ให้การสนับสนุนเพื่อช่วยเหลืออับดุรเราะฮฺมาน ข่าวของเขาแพร่สะพัดไปทั่วภาคใต้ของแคว้นอัลอันดะลุส เมื่อฝ่ายให้การสนับสนุนอับดุรเราะฮฺมานได้เตรียมการไว้อย่างพร้อมสรรพแล้วจึงส่งตัวแทนลงเรือมารับอับดุรเราะฮฺมาน ครั้นเมื่อตัวแทนมาถึงอับดุรเราะฮฺมานก็พบว่าเขากำลังละหมาดและขอดุอาอฺวิงวอนต่อพระองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ให้ภารกิจของตนสำเร็จลุล่วง

เมื่อเสร็จจากการละหมาด อับดุรเราะฮฺมานก็สอบถามตัวแทนว่าเป็นผู้ใด ตัวแทนจากอัลอันดะลุสจึงตอบว่า ”ฉันคือตัวแทนของเหล่าผู้ให้การสนับสนุนท่าน ฉันคือ อบูฆอลิบ ตัมมามฺ” อับดุรเราะฮฺมานเห็นว่านี่เป็นลางดี จึงกล่าวขึ้นว่า “ภารกิจของเราสมบูรณ์แล้วและเราได้รับชัยชนะแล้ว หากพระเจ้าทรงประสงค์” อบูฆอลิบผู้นี้ภายหลังเป็นราชองครักษ์คนสนิทของอับดุรเราะฮฺมานจนกระทั่งเสียชีวิต อับดุรเราะฮฺมานได้ทิ้งแอฟริกาในปีฮ.ศ.138 และออกเดินทางสู่ฝั่งอัลอันดะลุส

การเข้าสู่อัลอันดะลุสนี้เองทำให้อับดุรเราะฮฺมานได้รับฉายานามว่าอัดดาคิล (หมายถึงผู้เข้าสู่อัลอันดะลุส) เพราะเขาเป็นบุคคลแรกจากลูกหลานของมัรวานในวงศ์อุมัยยะฮฺที่เข้าสู่แคว้นอัลอันดะลุส อับดุรเราะฮฺมานเดินทางจนถึงเมืองอัลบีเราะฮฺ (La Vera) บรรดาผู้ให้การสนับสนุนก็ร่วมสมทบกับอับดุรเราะฮฺมานที่นั่น เขาเริ่มจัดระเบียบและเตรียมการเพื่อเผชิญหน้ากับฝ่ายตรงข้าม ด้วยความเฉลียวฉลาดของอับดุรเราะฮฺมาน เขาสามารถดึงเอาเผ่ายะมัน และมุฎ๊อรเข้าร่วมเป็นพันธมิตร และทหารเป็นจำนวนมากในอัลอันดะลุสก็เข้าร่วมให้สัตยาบันแก่เขา ทำให้อับดุรเราะฮฺมานมีกำลังพลเป็นแนวร่วมมากขึ้น

ในช่วงนั้นยูซุฟ อัลฟิฮฺรีย์ข้าหลวงแห่งแคว้นอัลอันดะลุสและอัสสุมัยฺล์อยู่ทางตอนเหนือ พอดีเกิดการกบฏของสองพ่อลูก อามิร อัลบัดรีย์กับลูกชาย ข้าหลวงยูซุฟจึงนำทัพเพื่อไปปราบกบฏของสองพ่อลูกซึ่งยูซุฟเคยให้สัญญาว่าจะรับรองความปลอดภัยแก่บุคคลทั้งสองแต่ยูซุฟกลับบิดพลิ้วและมีคำสั่งให้สังหารบุคคลทั้งสอง ทำให้ผู้คนโกรธเคืองต่อการกระทำของข้าหลวง ประกอบกับมีฝนตกหนักในที่ตั้งของทหารทำให้บรรดาทหารเป็นจำนวนมากแยกตัวออกจากกองทัพของข้าหลวงยูซุฟ

ส่วนอัสสุมัยฺล์ก็เห็นว่าบัดนี้มีภัยคุกคามทั้งสองด้านคือพวกคริสเตียนที่นำโดย อัลฟองซัว ทางตอนเหนือและพวกอัลอุม่าวียะฮฺทางภาคใต้ อัสสุมัยฺล์จึงตัดสินใจเดินทางสู่นครโคโดบาฮฺเพื่อขอร้องให้ข้าหลวงยูซุฟ อัลฟิฮฺรีย์ร่วมเป็นพันธมิตรขับไล่พวกของอับดุรเราะฮฺมาน แต่ข้าหลวงยูซุฟบ่ายเบี่ยงและบอกว่าตนจะนำทหารไปพักยังเมืองโทเลโดก่อนแล้วค่อยจัดการกับอับดุรเราะฮฺมานและพรรคพวกภายหลัง

ฝ่ายอับดุรเราะฮฺมาน อิบนุ มุอาวียะฮฺก็นำกำลังพล 600 คนของตนมุ่งหน้าสู่เมืองรอยยะฮฺ (Regio), ชะซูมะฮฺและมาริเกาะฮฺตามลำดับ บรรดาผู้คนในเมืองดังกล่าวต่างก็มีท่าทีเป็นมิตรและให้การสนับสนุนต่ออับดุรเราะฮฺมาน

เมื่ออัสสุมัยฺล์และยูซุฟ อัลฟิฮฺรีย์กลับจากเมืองซัรกุสเฏาะฮฺ (ซาราโกซ่า) ข่าวของอับดุรเราะฮฺมานก็มาถึงบุคคลทั้งสอง อัสสุมัยฺล์เสนอให้ส่งเครื่องบรรณาการไปยังอับดุรเราะฮฺมานและล่อลวงให้อับดุรเราะฮฺมานเห็นแก่ทรัพย์สินและที่ดินที่เสนอให้ เพื่อให้อับดุรเราะฮฺมานล้มเลิกความคิดที่จะยึดครองอัลอันดะลุส อับดุรเราะฮฺมานยอมรับเครื่องบรรณาการแต่ปฏิเสธข้อเสนอที่บุคคลทั้งสองหยิบยื่นให้ เรื่องจึงค้างเติ่งอยู่เพียงแค่นั้น

ต่อมาอับดุรเราะฮฺมานก็เคลื่อนกำลังพลของตนสู่เมืองอิชบีลียะฮฺ (Sevilla) เจ้าเมืองอบู อัซซ่อบาฮฺซึ่งเป็นเชื้อสายยะมันก็เข้าร่วมสมทบกับฝ่ายของอับดุรเราะฮฺมาน สถานการณ์ทางภาคใต้ของแคว้นอัลอันดะลุสก็ตกอยู่ในการควบคุมของอับดุรเราะฮฺมาน เขาจึงเริ่มคิดที่จะโจมตีนครโคโดบาฮฺ เป็นเมืองต่อไป

ฝ่ายอัสสุมัยฺล์และข้าหลวงยูซุฟก็นำกองทัพออกจากนครโคโดบาฮฺเพื่อขัดขวางอับดุรเราะฮฺมานมิให้เข้าถึงนครโคโดบาฮฺ กองทัพของสองฝ่ายได้เผชิญหน้ากัน มีแม่น้ำสายหนึ่งขวางเอาไว้ อับดุรเราะฮฺมานจึงเห็นว่าต้องชิงเคลื่อนกำลังทหารของตนเข้าสู่นครโคโดบาฮฺเพื่อตลบหลังศัตรูอย่างไม่ทันตั้งตัว แต่ทว่าฝ่ายศัตรูก็ล่วงรู้แผนการของอับดุรเราะฮฺมาน ทัพทั้งสองจึงเร่งรุดเพื่อชิงเข้าสู่นครหลวงก่อนอีกฝ่าย จนมาพบกัน ณ ตำบลอัลมุซอรเราะฮฺ อับดุรเราะฮฺมานจึงสั่งให้ทหารของตนตั้งค่ายอยู่ย่านเขตตำบลฏุรรอช

ในวันที่ 9 ซุลฮิจฺญะฮฺ ปีฮ.ศ.138 การรบพุ่งขั้นแตกหักระหว่างสองฝ่ายก็เกิดขึ้น ฝ่ายหนึ่งมีกำลังทหารเพียงเล็กน้อยและมีเสบียงเพียงแค่ถั่วเขียวเอาไว้กินประทังชีวิต อีกฝ่ายมีกำลังทหารและเสบียงอย่างพร้อมพรั่งและยังมีกองหนุนที่คอยเสริมได้โดยตลอด เมื่อมีความได้เปรียบเสียเปรียบขนาดนี้ ทหารบางคนของกองทัพอับดุรเราะฮฺมาน จึงคิดว่า อับดุรเราะฮฺมานจะขึ้นขี่ม้าของตนและควบหนีออกจากสมรภูมิ หากกองทัพของยูซุฟและอัสสุมัยฺล์ทำการโจมตี และปล่อยทิ้งผู้คนให้พบกับชะตากรรมของพวกเขา

เมื่ออับดุรเราะฮฺมานรับทราบ เขาจึงมาหาอบู อัซซอบบาฮฺ และกล่าวว่า “ม้าศึกของฉันตัวนี้มันไม่ยอมให้ฉันเคลื่อนไหวและต่อสู้ ฉันไม่สามารถยิงธนูของฉันได้ตามต้องการ เหตุนี้ฉันจึงเห็นว่า ท่านควรจะแลกล่อตัวเมียของท่านกับม้าศึกตัวนี้ของฉัน” การกระทำของอับดุรเราะฮฺมานได้ทำทหารในกองทัพมีขวัญกำลังใจและวางใจต่อเขาว่าจะรบกันเคียงบ่าเคียงไหล่ ไม่ถอยหนี

ครั้นรุ่งอรุณของวันที่ 10 เดือนซุลฮิจฺญะฮฺ อับดุรเราะฮฺมานก็สร้างความแปลกประหลาดใจแก่ศัตรู ด้วยการเข้าโจมตีในตอนเช้าวันอีดอัลอัฎฮา อย่างสายฟ้าแลบ ณ ตำบล อัลมุซอรเราะฮฺ กองทัพของศัตรูแตกพ่าย ข้าหลวงยูซุฟก็หลบหนีเอาชีวิตรอดพร้อมกับทหารเป็นจำนวนมาก แต่อับดุรเราะฮฺมานก็มิได้สั่งให้กองทัพของตนไล่ติดตามทหารศัตรูที่แตกทัพแต่อย่างใด

เขากล่าวว่า : พวกท่านทั้งหลายอย่าได้ขุดรากถอนโคนบรรดาศัตรู หวังว่าในวันพรุ่งนี้พวกเขาจะกลายเป็นมิตร จงปล่อยพวกเขาไว้เพื่อเล่นงานคนที่เป็นศัตรูยิ่งกว่าพวกเขาในวันที่พวกเขาเป็นฝ่ายเดียวกับพวกท่าน” (หมายถึงพวกวิสิโกธและทหารคริสเตียนในเขตภูผาบลาโอนั่นเอง)

สมรภูมิอัลมุซอรเราะฮฺยุติลง บรรดาแม่ทัพชาวยะมันก็รวมตัวกัน อบูอัซซ่อบาฮฺก็เสนอให้บรรดาแม่ทัพเหล่านั้นกำจัดอับดุรเราะฮฺมานเสียเพื่อจะได้ปกครองอัลอันดะลุสแต่แม่ทัพทั้งหมดปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว อับดุรเราะฮฺมานก็รับทราบถึงข้อเสนอของอบูอัซซ่อบาฮฺ แต่ก็มิได้กระทำการสิ่งใด เพราะเขารู้ถึงพิษสงและธาตุแท้ของบุคคลผู้นี้เป็นอย่างดี

อับดุรเราะฮฺมานคงเคลื่อนทัพจนถึงนครโคโดบาฮฺ แต่ยังไม่เข้าสู่ตัวเมือง และส่งตัวแทนไปแจ้งแก่ชาวเมืองว่า : “ผู้ใดประสงค์จะออกจากเมือง ก็จงออกไปอย่างปลอดภัย หากผู้ใดเป็นลูกหลานของอัลฟิฮฺรีย์และเป็นญาติของอัสสุมัยฺล์ ก็จงนำเอาทรัพย์สินของตนติดตัวไปตามความประสงค์ พวกเรามิได้มาเพื่อสังหารหรือปล้นสะดมทรัพย์สินของผู้ใด”

นับแต่นั้นมาอับดุรเราะฮฺมานก็ถูกให้ฉายาว่าอัดดาคิล อย่างเป็นทางการ การยึดครองนครโคโดบาฮฺก็เสร็จสิ้นสมบูรณ์ เขามุ่งหน้าสู่มัสญิดญามิอฺและแสดงสุนทรพจน์ในวันศุกร์โดยให้สัญญากับประชาชนว่าจะผดุงความยุติธรรม

ในปีฮ.ศ.139/คศ.757 อดีตข้าหลวงยูซุฟได้หลบหนีไปยังเมืองโทเลโด ส่วนอัสสุมัยฺล์หลบหนีไปยังเมืองญียาน (Jaen) ต่อมาบุคคลทั้งสองได้รวมกำลังกันเพื่อเข้าโจมตีนครโคโดบาฮฺและขับอับดุรเราะฮฺมานออกจากโคโดบาฮฺ อับดุรเราะฮฺมาน อัดดาคิล จึงนำทัพออกจากนครโคโดบาฮฺเพื่อเผชิญหน้ากับกองทัพที่ตั้งอยู่นอกเมือง แต่ยูซุฟได้สั่งอบูซัยดฺบุตรชายเพื่อนำทหารลอบเข้าเมืองและจับตัวอบูอุสมาน ข้าหลวงของอับดุรเราะฮฺมานเป็นเชลย! แต่อับดุรเราะฮฺมานก็ยังคงรุดหน้าไปยังเมืองอัลบีเราะฮฺ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

กองทัพของอับดุรเราะฮฺมานมีขนาดใหญ่ทำให้อัสสุมัยฺล์ และยูซุฟจำต้องทำข้อตกลงในการประนีประนอมโดยมีเงื่อนไขว่าทั้งหมดจะเข้าสู่นครโคโดบาฮฺพร้อมกัน และยอมให้อับดุรเราะฮฺมานคงมีอำนาจในการปกครอง และให้อบุลอัสวัดและอับดุรเราะฮฺมาน บุตรชายทั้งสองของยูซุฟเป็นตัวประกัน ตลอดจนให้อัสสุมัยฺล์และยูซุฟได้รับเกียรติด้วยการที่บุคคลทั้งสองต้องแวะเวียนมาให้สล่ามกับอับดุรเราะฮฺมานทุกวัน

ด้วยข้อตกลงประนีประนอมนี้ซึ่งเสร็จสิ้นในปีฮ.ศ.140/คศ.757 รัฐอัลอุม่าวียะฮฺในแคว้นอัลอันดะลุสก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งถึงแม้ว่าอาณาจักรอัลอุม่าวียะฮฺในกรุงดามัสกัสจะล่มสลายไปแล้ว ข่าวนี้ได้แพร่สะพัดออกไป ทำให้พวกนิยมในวงศ์อัลอุม่าวียะฮฺได้รวมตัวกันอีกครั้งในแคว้นอัลอันดะลุส สถานการณ์โดยทั่วไปก็มีเสถียรภาพและกลับสู่ภาวะปกติ

ครั้งหนึ่งค่อลีฟะฮฺ อบูญะอฺฟัร อัลมันซูรแห่งราชวงศ์อับบาซียะฮฺ (ฮ.ศ.136-158/คศ.754-775) ได้กล่าวกับบรรดาผู้ร่วมสนทนาในยามค่ำคืนกับพระองค์ว่า : ผู้ใดคือ เหยี่ยวแห่งกุรอยช์ (ซอกฺร์กุรอยชฺ)? พวกเขาก็ตอบว่า : ก็คือพระองค์ท่าน โอ้ท่านผู้นำปวงชนผู้ศรัทธา ค่อลีฟะฮฺก็ตอบว่า ไม่ใช่! พวกเขาก็บอกว่า : คือ มุอาวียะฮฺ พระองค์ก็ตอบว่า : ไม่ใช่! พวกเขาก็บอกว่า : คือ อับดุลมาลิก อิบนุ มัรวาน ค่อลีฟะฮฺก็ตอบว่า ไม่

พวกเขาจึงถาม : เขาคือผู้ใดเล่า ท่านผู้นำปวงชนผู้ศรัทธา? ค่อลีฟะฮฺอบูญะอฺฟัรก็ตอบว่า : คือ อับดุรเราะฮฺมาน อิบนุ มุอาวียะฮฺ! ซึ่งเขารอดพ้นจากคมหอกคมดาบ เขาข้ามปราสาท และลงเรือออกสู่ท้องทะเลจนกระทั่งเข้าสู่ดินแดนที่มิใช่ดินแดนของชาวอาหรับ และเขาก็สร้างบ้านแปงเมือง สร้างกองทัพ และสถาปนาอำนาจขึ้นด้วยการบริหารจัดการอย่างดีและมุ่งมั่น มุอาวียะฮฺนั้นเขาลงเรือที่อุมัรและอุสมานเตรียมไว้ และทั้งสองก็ทำให้อุปสรรคของมุอาวียะฮฺเป็นเรื่องง่าย

อับดุลมาลิกก็ได้รับสัตยาบันที่ถูกหยิบยื่นให้ และตัวฉันก็แสวงหาความเป็นญาติวงศ์และความเป็นปึกแผ่นของพลพรรค ส่วนอับดุรเราะฮฺมาน อิบนุ มุอาวียะฮฺนั้นเขาดำเนินการเพียงลำพัง ความเห็นของเขาได้รับการสนับสนุนควบคู่กับความเด็ดเดี่ยว” ด้วยเหตุนี้ อับดุรเราะฮฺมาน อัดดาคิลจึงสมควรได้รับฉายานามว่า “เหยี่ยวแห่งกุรอยฺช์” ตามความเห็นของค่อลีฟะฮฺอบูญะอฺฟัร อัลมันซูรแห่งราชวงศ์อับบาซียะฮฺ

อนุสาวรีย์ของ อับดุรเราะฮฺมาน อัลดาคิล ในเมือง Almuñécar ประเทศสเปน

อับดุรเราะฮฺมาน อัดดาคิล

ฮ.ศ.113  * ถือกำเนิดในแคว้นชาม กรุงดามัสกัส

ฮ.ศ.132  * หลบหนีการไล่ล่าของพวกอับบาซียะฮฺสู่ดินแดนตะวันตก (แอฟริกาเหนือ)

ฮ.ศ.136  * หลบหนีสู่บัรเกาะฮฺ ลิเบีย

ฮ.ศ.138  * ข้ามช่องแคบญิบรอลต้าสู่แคว้นอัลอันดะลุส

ฮ.ศ.140  * ดำรงตำแหน่งผู้ปกครองรัฐอัลอุม่าวียะฮฺแห่งแควันอัลอันดะลุส

ฮ.ศ.172  * อับดุรเราะฮฺมาน อัดดาคิล เสียชีวิต

เขามีความเด็ดเดี่ยว เข้มแข็ง และทำการปราบปรามการกบฏลุกฮือถึง 25 ครั้ง  ถือว่าการปกครองของเขาเป็นการเริ่มต้นของรัฐใหม่แห่งแคว้นอัลอันดะลุส

Default image
อาลี เสือสมิง