หมวดว่าด้วยการอุปโภคบริโภค : ธนาคารอิสลาม

ธนาคาร หมายถึง นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายบริษัท หรือ บริษัทมหาชนจำกัด ที่ใช้ชื่อหรือคำแสดงชื่อว่า ธนาคาร ซึ่งประกอบธุรกิจเกี่ยวกับเงินและธุรกิจหลักทรัพย์ ส่วนธนาคารพาณิชย์ หมายถึง ธนาคารที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจประเภทรับฝากเงินที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถามหรือเมื่อสิ้นระยะเวลาที่กำหนดไว้ และใช้ประโยชน์เงินนั้นในทางหนึ่งหรือหลายทาง เช่น ให้สินเชื่อ ซื้อขายตั๋วแลกเงินหรือตราสารเปลี่ยนมืออื่นใด ซื้อขายเงินปริวรรตต่างประเทศ

ปัจจุบันธนาคารเป็นสถาบันการเงินที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก หน้าที่สำคัญของธนาคารคือการรับฝากเงินจากประชาชนในด้านหนึ่ง และในอีกด้านหนึ่งก็คือ การนำเงินฝากของประชาชนไปปล่อยกู้ให้แก่นักธุรกิจ นักลงทุน พ่อค้า สถาบัน องค์กรต่าง ๆ และประชาชนทั่วไป

แต่เนื่องจากธนาคารโดยทั่วไปมีการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับระบบดอกเบี้ย (อัร-ริบา) ซึ่งเป็นสิ่งต้องห้ามตามหลักศาสนาอิสลาม ตลอดจนมีการนำเงินฝากไปลงทุนในธุรกิจที่บางประเภทขัดต่อหลักศาสนาอิสลามจึงได้มีการริเริ่มจัดตั้งธนาคารอิสลามขึ้นในโลกมุสลิม เพื่อเป็นการหลีกห่างจากระบบดอกเบี้ยและเป็นทางเลือกสำหรับมุสลิมในการทำธุรกรรมที่สอดคล้องกับหลักการของศาสนาอิสลาม

ส่วนหนึ่งจากธนาคารอิสลามต้นแบบในปัจจุบันได้แก่ ธนาคารอิสลามไฟศอล ซึ่งตั้งขึ้นในปีค.ศ.1977, ธนาคารคูเวต (บัยตุตตัมวีล อัลกุวัยตี) ก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ.1977 เช่นกัน และธนาคารอิสลามแห่งจอร์แดน ซึ่งก่อตั้งในปีค.ศ.1978 เป็นต้น

ต่อมาในภายหลัง ระบบธนาคารอิสลามได้มีการปรับปรุงระบบการดำเนินกิจการของตนและพัฒนาอย่างเป็นมาตรฐานจนได้รับความนิยมแพร่หลายในโลกมุสลิม และกลุ่มประเทศที่มิใช่ประเทศมุสลิม เช่น ประเทศฟิลิปปินส์และประเทศไทย เป็นต้นอีกด้วย

หลักการทำงานของธนาคารอิสลาม

1. ธนาคารอิสลามจะไม่ดำเนินงานหรือธุรกรรมใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับดอกเบี้ยทุกชนิด

2. ธนาคารอิสลามจะไม่ทำธุรกรรมหรือลงทุนหรือให้การสนับสนุนทางการเงินในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสิ่งต้องห้ามตามหลักศาสนาอิสลาม

3. ธนาคารอิสลามจะดำเนินงานตามหลักนิติธรรมอิสลาม (ชะรีอะฮฺ อิสลามียะฮฺ) ทุกประการ

การหาเงินทุนของธนาคารอิสลาม

ธนาคารอิสลามจะหาแหล่งเงินทุนโดยการรับฝากเงินจากประชาชนทั่วไป ซึ่งสามารถแบ่งเงินฝากออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

1. บัญชีฝากรักษาทรัพย์   บัญชีเงินฝากประเภทนี้เป็นการฝากเพื่อรักษาทรัพย์จริง ๆ โดยผู้ฝากไม่สามารถเรียกร้องสิ่งตอบแทนใด ๆ จากธนาคารได้

2. บัญชีร่วมลงทุน  บัญชีประเภทนี้ ผู้ฝากจะนำเงินมาร่วมลงทุนโดยการนำเงินขั้นต่ำที่ธนาคารกำหนดไว้มาฝากในบัญชี และยินยอมให้ธนาคารนำเงินของตนไปลงทุนในกิจการที่ไม่เกี่ยวข้องกับดอกเบี้ยและไม่ขัดต่อหลักการอิสลาม โดยจะแบ่งกำไร/ขาดทุนตามสัดส่วนที่ได้ตกลงไว้

นอกจากนี้แล้ว ผู้ฝากประเภทนี้ยังยอมรับด้วยว่าการลงทุนย่อมมีความเสี่ยงต่อการขาดทุน หากเกิดการขาดทุน ผู้ฝากที่นำเงินมาลงทุนจะรับผิดชอบในทุนที่ผู้ฝากนำมาลงทุน ส่วนธนาคารจะเสียเวลาค่าดำเนินการและแรงงานไปโดยไม่ได้รับอะไรเป็นการตอบแทนเช่นกัน ดังนั้นความสัมพันธ์ระหว่างผู้ฝากเงินประเภทนี้กับธนาคารจึงเหมือนกับความสัมพันธ์ของผู้ลงทุนกับผู้ประกอบการ

บัญชีเงินฝากร่วมลงทุนประเภทนี้เรียกว่า “มุฏอรอบะฮฺ” เมื่อธนาคารนำเงินลงทุนของผู้ฝากไปลงทุนร่วมกับนักธุรกิจและผู้ประกอบการใด ธนาคารจะใช้วิธีการเดียวกันนี้

การหารายได้ของธนาคาร

เนื่องจากธนาคารอิสลามไม่สามารถหารายได้จากการปล่อยเงินกู้เพื่อเอาดอกเบี้ยได้ แต่ธนาคารอิสลามก็สามารถหาเงินได้จากช่องทางดังต่อไปนี้

1. การเก็บค่าธรรมเนียมต่างๆเช่น ค่าธรรมเนียมโอนเงิน ค่าธรรมเนียมการออกหนังสือค้ำประกัน และอื่นๆ

2. การเช่า,การเช่าซื้อ

3. การซื้อขายสินค้า รถยนต์ บ้าน ที่ดิน

4. การร่วมลงทุนซึ่งแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ

    4.1 แบบมุฏอรอบะฮฺ คือ การร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการบนพื้นฐานของการแบ่งกำไร/ขาดทุนร่วมกันในสัดส่วนและเวลาที่กำหนดไว้ ในการลงทุนด้วยวิธีนี้ ธนาคารจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการบริหารงาน

    4.2 แบบมุชารอกะฮฺ คือ การร่วมลงทุนโดยผู้ร่วมลงทุนแต่ละฝ่ายนำเงินทุน หรือทรัพย์สิน หรือแม้แต่ชื่อเสียงของตนเองมาร่วมลงทุนในกิจการหนึ่งกิจการใด และตกลงร่วมกันว่าจะรับผิดชอบในกำไร และขาดทุนร่วมกันตามสัดส่วนที่ได้ตกลงกันไว้เป็นที่ชัดเจน ในการลงทุนประเภทนี้ ธนาคารในฐานะผู้ร่วมลงทุนสามารถที่จะเข้าไปบริหารงานด้วยโดยตรง หรือจะแต่งตั้งตัวแทนเข้าไปก็ได้

Default image
อาลี เสือสมิง