สัจจพยากรณ์ระบุว่าท่านอัมม๊าร อิบนุ ยาสิรฺ (ร.ฎ.) อัครสาวกท่านสำคัญจะถูกสังหาร

รายงานจากท่านอัมร์ อิบนุ อัลอ๊าศ (ร.ฎ.) ว่า ท่านศาสนทูตได้กล่าวแก่ท่านอัมม๊าร (ร.ฎ.)  تَقْتُلُكَ الفِئَةُ البا غيةُ  “กลุ่มชนที่ละเมิด (ต่อพันธสัญญา) นั้นจะสังหารท่าน” ในอีกสายรายงานหนึ่งระบุเพิ่มเติมว่า  وَآخِرُ شُرْبَةٍ تَشْرَ بُهَا صَاعُ لَبَنٍ  “และการดื่มครั้งสุดท้ายที่ท่านจะดื่มนั้นคือน้ำนมหนึ่งทะนาน”  อีกรายงานหนึ่งใช้สำนวนว่า ท่านศาสนทูตได้กล่าวแก่ฉันว่า “เครื่องดื่มสุดท้ายที่ฉันจะได้ดื่มนั้นคือ น้ำนม ขณะที่ฉันจะเสียชีวิต” รายงานโดยท่านอิหม่าม อะห์หมัด

พระวจนะที่ท่านศาสนทูตได้กล่าวแก่ท่านอัมม๊าร อิบนุ ยาสิร (ร.ฎ.) ดังกล่าวได้เกิดขึ้นจริง โดยกลุ่มชนที่ละเมิดต่อพันธสัญญาที่มีต่อท่านค่อลีฟะหฺอะลี (ร.ฎ.) คือพลพรรคของท่านมุอาวียะหฺ อิบนุ อบีซุฟยาน (ร.ฎ.) ที่เป็นคู่สงครามกับท่านค่อลีฟะหฺอะลี (ร.ฎ.) ในสมรภูมิศิฟฟีน ได้สังหารท่านอัมม๊าร (ร.ฎ.) ในสมรภูมิครั้งนั้น ซึ่งท่านอัมม๊าร (ร.ฎ.) ได้ร่วมรบในฝ่ายของท่านค่อลีฟะหฺอะลี (ร.ฎ.) และในวันที่ท่านจะถูกสังหารนั้นมีผู้นำน้ำนมมาให้ท่านอัมม๊าร (ร.ฎ.) ดื่ม ท่านอัมม๊าร (ร.ฎ.) ก็หัวเราะและรู้ว่านั้นเป็นไปตามที่ท่านศาสนทูตได้พยากรณ์อันเป็นสัจจะแก่ท่านเอาไว้ก่อนเสียชีวิต

ท่านอัมม๊าร (ร.ฎ.) ได้ทำการต่อสู้อย่างห้าวหาญ แต่แล้ว อบู อัลฆอดียะหฺ ก็ได้แทงท่านอัมม๊ารในขณะที่อิบนุ ญะวาได้จู่โจมเข้าฟันคอของท่านอัมม๊าร (ร.ฎ.) จนสิ้นชีพในที่สุด คำพูดสุดท้ายที่ท่านอัมม๊าร (ร.ฎ.) เอื้อนเอ่ยนั้นคือ “วันนี้ฉันจะได้พบกับบรรดาผู้เป็นที่รัก ท่านศาสดามุฮำหมัดและพลพรรคของท่าน”

นักวิชาการได้กล่าวว่า ด้วยการที่ท่านอัมม๊าร (ร.ฎ.) ถูกสังหารขณะที่ท่านร่วมรบในฝ่ายของท่านอะลี (ร.ฎ.) นั้นย่อมเป็นที่กระจ่างชัดถึงการผิดพลาดของท่านมุอาวียะหฺและท่านมุอาวียะฮฺนั้นเป็นมุจตะฮิด (ผู้ทุ่มเทพลังสติปัญญาในการวิเคราะห์ปัญหา) และท่านก็ผิดพลาดในการมีมุมมองวิเคราะห์ของท่านต่อสถานการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในสมัยของท่านค่อลีฟะหฺ อะลี (ร.ฎ.) ฝ่ายของท่านจึงตกเป็นผู้ละเมิดต่อพันธสัญญาที่มีต่อผู้นำคือท่านอะลี (ร.ฎ.) ซึ่งมีความชอบธรรมในการใช้กำลังทางทหารตัดสินปัญหากรณีผู้ละเมิดมิยอมละวางจากท่าทีปรปักษ์มาสู่การยอมรับอำนาจผู้นำอันชอบธรรม


อย่างไรก็ตาม ปัญหาพิพาทที่เกิดขึ้นระหว่างเหล่าสาวกจนถึงขั้นรบพุ่งกันนั้นมิสมควรนำมากล่าวพร่ำเพรื่อจนเกินเลยในการชี้ขาดว่าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดผิดพลาดอย่างเด็ดขาด เพราะเป็นข้อพิพาทที่มีการอาศัยกำลังสติปัญญา (อิจติฮาด) ของแต่ละฝ่ายเป็นที่ตั้งในการยืนหยัดตามทัศนะที่เห็นว่าถูกต้อง และยังเป็นข้อพิพาทที่เปรียบดังคดีความที่หมดอายุความไปแล้ว พวกเราอันเป็นชนรุ่นหลังก็มิอาจกระทำตนเป็นตุลาการไปเที่ยวรื้อฟื้นคดีหรือตัดสินชี้ขาดให้ถึงที่สุด

การนำเอาข้อพิพาทดังกล่าวมาวิเคราะห์อย่างมีอคติต่อเหล่าสาวกจึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยประการทั้งปวง สิ่งที่เรามีจุดมุ่งหมายในการกล่าวถึงประวัติศาสตร์ช่วงนี้นั้นก็เพียงเพื่อบ่งชี้ให้เห็นถึงความเป็นสัจจะที่ท่านศาสนทูตได้พยากรณ์ถึงการสิ้นชีวิตของท่านอัมม๊าร (ร.ฎ.) เอาไว้เท่านั้น ขอพระองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ได้ทรงชำระจิตใจและลิ้นของพวกเราให้สะอาดบริสุทธิ์จากการพูดและการมีอคติต่อเหล่าสาวกผู้ล่วงลับด้วยเทอญ

Default image
อาลี เสือสมิง