อิบลีสหรือไชตอน เข้าไปหลอกอาดัมในสวรรค์ได้ยังไง?

อิบลีสหรือไชตอน เข้าไปหลอกอาดัมในสวรรค์ได้ยังไง? ในสวรรค์ยังมีเจ้ามารร้ายหรือ? หรืออิบลีสพบทางเข้าสู่สวรรค์ เมื่อชีวิตในสวรรค์เป็นสิ่งนิรันดร์แล้ว อาดัมจะถูกขับออกมาได้อย่างไร?

ไม่มีใครสามารถทำผิดได้ในสวรรค์ และในนั้นก็ปราศจากเรื่องการเล่นเล่ห์เพทุบายใดๆ แต่ทำไมอิบลีสถึงได้ไปใช้เล่ห์เพทุบายกับอาดัมและฮาวา สวรรค์เป็นสถานที่แห่งการตอบแทน การประกาศว่าต้นไม้เป็นสิ่งต้องห้ามนั่นก็เท่ากับว่าสวรรค์ได้ถูกเปลี่ยนให้เป็นสถานที่แห่งการทดลอง”

(หน้าที่ 3/12 บรรทัดที่ 18 ลงมาจากข้างบน)


 

*อิบลีสไม่ได้อยู่ในสวรรค์แล้ว เพราะมันถูกขับออกจากสวรรค์ภายหลังการฝ่าฝืนคำสั่งของอัลลอฮฺ (ซ.บ.) ในเรื่องการสุหญูดต่ออาดัม (อ.ล.) เพราะอัล-กุรอานระบุว่า :

فَاخْرُجْ مِنْهَا فَإِنَّكَ رَجِيْمٌ

ความว่า “ฉะนั้นเจ้าจงออกจากสวรรค์นั้น นั่นเป็นเพราะว่าเจ้าถูกขว้าง (ถูกอัปเปหิจากพระเมตตาของอัลลอฮฺ)

(ศ็อด : 77)

قَالَ فَاهْبِطْ مِنْهَا فَمَا يَكُوْنُ لَكَ أَنْ تَتَكَبَّرُ فِيْهَا فَاخْرُجْ إِنَّكَ مِنَ الصَّاغِرِيْنَ

ความว่า “พระองค์ตรัสว่า ฉะนั้น เจ้า (อิบลีส) จงลงจากสวรรค์ เพราะไม่บังควรสำหรับเจ้าต่อการที่เจ้าจะแสดงความหยิ่งยะโสโอหังในสวรรค์นั้น ดังนั้นเจ้าจงอกไปเสีย เพราะแท้จริงเจ้าเป็นส่วนหนึ่งจากบรรดาผู้อัปยศต่ำต้อย”

(อัล-อะอฺรอฟ : 13)

อิบลีสไม่ได้เข้าไปในสวรรค์อีก เพราะมันถูกขับออกจากที่นั่นแล้วตามบัญชาเด็ดขาดของพระองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) แต่มันล่อลวงนบีอาดัม (อ.ล.) และพระนางหะวาอฺด้วยการวิสวาส (اَلوَسْوَسَةُ ـ اَلوِسْوَاسُ) ตามที่อัล-กุรอานระบุเอาไว้ในหลายอายะฮฺ หากพวกคุณเห็นว่าเรื่องนี้เป็นไปไม่ได้โดยตั้งข้อสงสัยว่าอิบลีส อยู่นอกสวรรค์แล้วจะล่อลวงบุคคลทั้งสองในสวรรค์ได้อย่างไร?

เราก็ขอยกตัวอย่างให้พวกคุณเห็นว่าเป็นได้ และไม่ใช่เรื่องยากที่อิบลีสจะทำเช่นนั้น ก็พวกคุณนั่นไง พวกคุณอยู่ที่ญะมาอะฮฺอันเป็นที่ตั้งของพวกคุณ อาจจะอยู่ในสงขลาหรือภูเก็ตก็ได้ และจากที่นั่นพวกคุณก็นั่งพิมพ์บทความของพวกคุณแล้วโพสท์เข้าเว็บไซต์ให้คนที่อยู่ในกรุงเทพฯ หรือทั่วโลกได้อ่านบทความของพวกคุณ

พวกคุณล่อลวงและสร้างความสับสนในศรัทธาของคนที่เข้าเว็บไซต์เพื่ออ่านบทความของพวกคุณ โดยคุณนั่งอยู่ที่สงขลาและภูเก็ต และคนที่อ่านเว็บไซต์อยู่ไกลออกไปอีกร้อยลี้พันลี้ อยู่กันละซีกโลก อยู่กันคนละทวีป เห็นมั้ย ว่าพวกคุณยังล่อลวงผู้คนด้วยวิธีการเช่นนี้ได้ แล้วทำไมอิบลีสพญามารที่เป็นสุดยอดในการล่อลวงมนุษย์ จะทำไม่ได้!

ดังนั้น ขณะที่อิบลีสล่อลวงมนุษย์โดยผ่านหัวใจของมนุษย์ให้กระทำความผิดนั้น อิบลีสมันอยู่ที่ใดเล่า? เหตุนี้เองขณะที่อิบลีสมันล่อลวงนบีอาดัม (อ.ล.) และพระนางหะวาอฺ อิบลีสไม่ได้อยู่ในสวรรค์ จึงไม่ต้องถามว่า ในสวรรค์ยังมีเจ้ามารร้ายหรือ? เพราะมันถูกขับออกจากสวรรค์ไปแล้ว และมันก็ไม่จำเป็นต้องพบทางหรือหาทางเข้าสวรรค์แต่อย่างใด เพราะมันสามารถกระทำการล่อลวงได้จากสถานที่หนึ่งยังอีกสถานที่หนึ่ง จากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งได้ดังตัวอย่างที่เรายกมาประกอบว่า เป็นไปได้ ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ (มุสตะหีล)

*สวรรค์เป็นที่พำนักชั่วคราวสำหรับอาดัม (อ.ล.) และพระนางหะวาอฺ เพราะพระองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงประกาศไว้ชัดเจนแล้วว่าพระองค์จะทรงสร้างเคาะลีฟะฮฺของพระองค์ในโลก (إِنِّي جَاعِلٌ فِى الأَرْضِ خَلِيْفَةً) ไม่ใช่สร้างให้อาดัมซึ่งเป็นเคาะลีฟะฮฺของพระองค์อยู่ในสวรรค์ชั่วนิรันดร์ ถ้าเช่นนั้นแล้วพระองค์จะประกาศทำไมว่าพระองค์จะสร้างเคาะลีฟะฮฺคืออาดัมและเผ่าพันธุ์ของอาดัมให้มาบังคับใช้พระธรรมบัญญัติของพระองค์ในโลก

เพราะฉะนั้นเป้าหมายในการสร้างอาดัม (อ.ล.) คือ โลก มิใช่ให้พำนักอยู่ในสรวงสวรรค์ตลอดกาลในเบื้องปฐมกาล และการกระทำความผิดของอาดัม (อ.ล.) และพระนางหะวาอฺในเรื่องการเข้าใกล้ต้นไม้ต้องห้ามในสวรรค์นั้นเกิดจากความหลงลืมและความไม่ตั้งใจ ดังที่อัล-กุรอานระบุว่า

وَلَقَدْ عَهْدِنَا إِلى آدَمَ مِنْ قَبْلُ فَنَسِيَ وَلَمْ نَجِدْ له عَزْمًا

ความว่า “และแน่แท้เราได้บัญชายังอาดัมมาก่อนแล้ว (ว่าอย่าเข้าใกล้ต้นไม้นั้นและให้ระวังอิบลีสเพราะมันเป็นศัตรู) แล้วอาดัมก็หลงลืม (โดยละทิ้งคำบัญชา) และเราไม่พบว่าอาดัมมีความเด็ดขาด (หรืออดทนต่อสิ่งต้องห้ามนั้น)

(ฏอฮา : 115)

ที่สำคัญเหนืออื่นใด การกระทำผิดของอาดัม (อ.ล.) เป็นสาเหตุให้อาดัมและหะวาอฺออกจากสวรรค์มาสู่โลกมนุษย์เพื่อให้เป็นไปตามพระประสงค์ของอัลลอฮฺ (ซ.บ.) ที่ทรงประกาศไว้ในเรื่องการเป็นเคาะลีฟะฮฺ และการกระทำผิดนั้นก็เป็นสิ่งที่อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงอภัยให้แล้วด้วยการที่บุคคลทั้งสองสำนึกผิดและเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนการเลือกสรรให้อาดัมเป็นนบีของพระองค์

อีกทั้งสวรรค์ในขณะนั้นยังมิใช่สถานแห่งการตอบแทน แต่เป็นสถานที่พำนักชั่วคราวสำหรับบุคคลทั้งสองก่อนจะลงมายังโลกมนุษย์ ซึ่งสวรรค์จะมีสภาพเป็นสถานที่พำนักตลอดกาลเป็นนิรันดร์ ไม่มีการทำความผิด ไม่มีการกระทำเรื่องไร้สาระหรือการล่อลวงใดๆ อีกก็คือสภาพของสวรรค์ในวันกิยามะฮฺ อีกทั้งการที่บุคคลทั้งสองถูกขับออกจากสวรรค์ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ได้กลับสู่สวรรค์อีกชั่วนิรันดร์

สิ่งที่ยืนยันว่าผู้ที่ได้เข้าสวรรค์ก่อนวันกิยามะฮฺและได้ออกมาจากสวรรค์นั้นอีกก็คือ การมิอฺรอจญ์ของท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ซึ่งท่านได้รับเกียรติให้เข้าสู่สวรรค์และชมสภาพของสวรรค์ แล้วท่านก็กลับลงมายังโลกมนุษย์ บรรดามาลาอิกะฮฺก็ออกจากสวรรค์และกลับสู่สวรรค์ตามพระอนุมัติของอัลลอฮฺ (ซ.บ.) จึงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใดเลยที่นบีอาดัม (อ.ล.) และพระนางหะวาอฺได้เคยพำนักอยู่ในสวรรค์และก็ถูกบัญชาให้ออกจากสวรรค์มายังโลกมนุษย์

ดังนั้นชีวิตในสวรรค์ที่เป็นสิ่งนิรันดร์และจะไม่มีผู้ใดออกมาจากสวรรค์อีกนั่นคือสภาพในวันกิยามะฮฺแล้ว มิใช่ก่อนหน้านั้น การที่บุคคลไม่สามารถกระทำความผิดในสวรรค์ได้และสวรรค์ปราศจากเรื่องการเล่นเพทุบายหรือการล่อลวงจากอิบลีสและเหล่าชัยฏอน นั่นคือสวรรค์อันเป็นนิรันดร์นั่นแหละ แต่เป็นสภาพในวันกิยามะฮฺ เพราะสภาพของสวรรค์ที่อาดัมและหะวาอฺพำนักอยู่เป็นสภาพของสวรรค์ที่ยังมิใช่สถานแห่งการตอบแทนในวันกิยามะฮฺ

จึงไม่แปลกที่จะมีการทดสอบเกิดขึ้นในเบื้องปฐมกาลนั้น เพราะในขณะนั้นยังไม่มีมนุษย์ใดๆ เลย นอกจากอาดัมและหะวาอฺ มนุษย์ผู้เป็นลูกหลานของบุคคลทั้งสองเพิ่งจะเริ่มปรากฏขึ้นบนหน้าโลกก็ภายหลังที่บุคคลทั้งสองลงมาใช้ชีวิตในหน้าโลกนี้แล้วเท่านั้น จึงไม่แปลกที่เราจะกล่าวว่า สวรรค์เป็นที่ทดลองในเบื้องแรกสำหรับบุคคลทั้งสองและเปลี่ยนเป็นสถานแห่งการตอบแทนสำหรับผู้ที่ผ่านการทดลองและทอดสอบจากพระเจ้าในโลกนี้ ในวันกิยามะฮฺสวรรค์จึงเป็นสถานที่พำนักครั้งแรกสำหรับมนุษย์และเป็นสถานที่พำนักชั่วนิรันดร์สุดท้ายสำหรับมนุษย์ที่เชื่อฟังพระเจ้าและยอมตนต่อพระองค์

ส่วนการที่พวกคุณอ้างทัศนะของนักวิชาการที่มีความเห็นต่างกันว่า สวรรค์ที่อาดัมพำนักอยู่และถูกขับออกมานั้น เป็นสวรรค์บนชั้นฟ้าหรือสวรรค์บนหน้าโลก ในความหมายของคำว่า “สวน” นั้น เราคงไม่ต้องไปกล่าวถึงว่าทัศนะใดถูกหรือมีน้ำหนักมากกว่ากัน เพราะพวกคุณอ้างทัศนะของนักวิชาการในเรื่องนี้เอาไว้แล้ว (หน้า 3/12) แต่แปลกใจตรงที่ว่าคุณนำทัศนะของนักวิชาการซึ่งมีมัซฮับ มีสำนักคิด มีสถาบันสังกัดมาอ้างทำไม ในเมื่อพวกคุณกล่าวหาว่าพวกเขาเหล่านั้นเป็นฏอฆูต เป็นสิ่งที่ศาสนาทั้งหลายนับถือ (ดูหน้าที่ 1)

ส่วนสิ่งที่พวกคุณกำลังบอกกล่าวและตั้งคำถามครั้งแล้วครั้งเล่า พวกคุณอ้างว่าเป็นความจริงจากพระเจ้านั้นท้ายที่สุดแล้วก็ไม่พ้นสิ่งที่นักวิชาการซึ่งมีสังกัดบอกกล่าวเอาไว้แล้ว จะเป็นสวรรค์บนฟ้าเบื้องบนหรือสวนบนหน้าโลกก็ตาม ความจริงของพวกคุณที่อ้างว่ามาจากพระเจ้าและไม่มีสอนในสถาบันไหนๆ นั้นก็คือการให้น้ำหนักแก่ทัศนะหนึ่งทัศนะใดที่ฏอฆูต (ซึ่งพวกคุณกล่าวหาว่าพวกเขาเป็นเช่นนั้น) ได้วิเคราะห์และแสดงทัศนะเอาไว้แล้วทั้งสิ้น!

Default image
อาลี เสือสมิง