อิบนุอัลละบูดีย์ (ابن اللبودي)

อบูซะกะรียา ยะฮฺยา อิบนุ มุฮำมัด อิบนิ อับดาน อิบนิ อับดิลวาฮิด รู้จักกันในนาม “อัซซอฮิบ อัลละบูดีย์” บางทีเขาก็ถูกเรียกขานว่า “นัจญ์มุดดีน” ถือกำเนิดในนคร ฮะลับ (อเล็ปโป) ในปี ฮ.ศ.607 และเสียชีวิตในปี ฮ.ศ.670 ณ นครดามัสกัส บิดาของเขา คือ ชัมซุดดีน อิบนุ อัลละบูดีย์ เป็นนักการแพทย์ผู้ยิ่งใหญ่ เป็นนักอภิปรายโต้วาทีผู้เจนจัด

 

ชัมซุดดีนเป็นนายแพทย์ประจำสถานพยาบาล อันนูรีย์ ในนครดามัสกัส เขาเสียชีวิตในปี ฮ.ศ.621 ขณะมีอายุได้ 51 ปีโดยประมาณ และส่วนหนึ่งจากผลงานทางวิชาการของเขาคือ ตำราอรรถาธิบายตำรา อัลม่าซาอิล ของฮุนัยน์ อิบนุ อิสหาก และตำรา อัลมุอฺตะบัร ฟิล กอฎออฺ วัลก่อดัร เป็นต้น

 

ย้อนกลับมายัง อัซซอฮิบ อิบนุ อัลละบูดีย์ ผู้เป็นลูกของชัมซุดดีน เขามีชื่อเสียงโด่งดังถึงความเฉลียวฉลาดเป็นเลิศ ซึ่งมิใช่เฉพาะในภาควิชาคณิตศาสตร์และดาราศาสตร์เพียงเท่านั้น แต่เขายังเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญในด้านวรรณกรรม ตลอดจนด้านการเมืองการปกครอง และวิชาการแขนงต่างๆ กษัตริย์ อัลมันซู๊ร เจ้าครองนคร ฮิมซ์ ที่ขึ้นตรงกับราชวงศ์อัลอัยยูบียะฮฺได้แต่งตั้งให้อัลละบูดีย์ เป็นเสนาบดีของพระองค์และเป็นที่ปรึกษาในศาสตร์แขนงต่างๆ ทั้งภาควิชาแพทย์ศาสตร์ คณิตศาสตร์และดาราศาสตร์ ตลอดจนเรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน

 

เมื่อลุสู่รัชสมัยกษัตริย์ ซอลิฮฺ อัยยูบ ผู้ครองอิยิปต์ ในปี ฮ.ศ.643 พระองค์ได้มอบหมายตำแหน่งผู้คุมกรมกอง (ดีวาน) ประจำนครอเล็กซานเดรียแก่ อัลละบูดีย์ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สำคัญมากของอาณาจักร อัลอัยยูบียะฮฺในขณะนั้น ในช่วงเวลานั้น อัลละบูดีย์ได้พยายามปรับปรุงพัฒนาระเบียบของหอสมุดหรือที่เรียกว่า วิชาบรรณารักษ์ ตลอดจนกำหนดวางกฎเกณฑ์ในการค้นคว้าทางวิชาการที่นั่น

 

ต่อมา อัลละบูดีย์ ได้เดินทางกลับสู่นครดามัสกัสและได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้คุมกรมกองต่างๆ ของแคว้นชามทั้งหมด การดำรงตำแหน่งราชการไม่ได้ทำให้อัลละบูดีย์ละเลยจากการศึกษาค้นคว้าทางวิชาการตลอดจนการตรวจทานตำรับตำรา เขาได้รับการสนับสนุนและการอุปถัมภ์จากบรรดากษัตริย์ในราชวงศ์อัลอัยยูบียะฮฺ ในการนำเสนอศาสตร์แขนงต่างๆ การสร้างสถาบันทางการศึกษา มหาวิทยาลัยและหอสมุดต่างๆ

 

อัลละบูดีย์ ได้ศึกษาผลงานทางวิชาการของอิบนุซีนา และคัดย่อตลอดจนตรวจทานตำรับตำราของอิบนุซีนาหลายเล่มด้วยกัน อาทิเช่น ตำราอัลกอนูน , ตำราอัลอิชารอตฺ วัตตัมบีฮาตฺ และตำราอุยูนอัลฮิกมะฮฺ เป็นต้น

 

อัลละบูดีย์ มีบทบาทสำคัญอย่างใหญ่หลวงในภาควิชาเรขาคณิต เขาได้เขียนตำราคัดย่อบรรณานุกรมของอิกลิดุสหลายเล่มด้วยกัน นอกจากนี้เขายังได้ให้ความสนใจในภาควิชาคำนวณ และวิชาพีชคณิต ซึ่งเขามีความชำนาญในภาควิชาทั้งสองเป็นอันมาก ส่วนหนึ่งจากตำราที่เขาได้แต่งเอาไว้ ได้แก่ ตำรา “กาฟียะฮฺ อัลฮุซซ๊าบ ฟี อิลมิลฮิซาบ” และตำรา “อัรริซาละฮฺ อัลมันซูรียะฮฺ ฟี อัลอะอฺด๊าด อัตตะวาฟุกียะฮฺ” และตำรา “อัรริซาละฮฺ อัลกามิละฮฺ ฟี อิลมิลญับรี่ วัลมุ่กอบะละฮฺ”

 

เขายังมีความเห็นที่ทรงคุณค่าในภาควิชาปรัชญาและมีงานเขียนอยู่หลายเล่ม อาทิเช่น ตำรา “อัลลัมอาตฺ ฟิล ฮิกมะฮฺ” , ตำรา “ฆอยะตุ้ลอะฮฺกาม ฟี ซินาอะติลอะฮฺกาม , ตำรา “อาฟากุ้ลอิชร๊อก ฟิลฮิกมะฮฺ” และตำรา “อัลม่านาฮิจญ์ อัลกุดซียะฮฺ ฟิล อุลูม อัลฮิกะมี่ยะฮฺ”

 

ในด้านวิชาแพทย์ศาสตร์ อัลละบูดีย์ได้แต่งตำรา “ตัดกีกุ้ลม่าบาฮิซฺ อัฏฏิบบียะฮฺ” ซึ่งเป็นตำราอ้างอิงที่สำคัญมากสำหรับนักการแพทย์ในยุคของเขา

 

ส่วนภาควิชาดาราศาสตร์นั้น อัลละบูดีย์ ได้แต่งตารางทางดาราศาสตร์ที่ชื่อ “อัซซิจฺญ์ อัลมุ่  ก็อรร็อบ อัลมับนีย์ อะลัรร็อซดฺ อัลมุ่ญัรร็อบ” และ “อัซซาฮีย์ ฟิคติซ๊อร อัซซีจญ์ อัชชาฮีย์” ซึ่งเป็นแหล่งอ้างอิงที่สำคัญสำหรับบุคคลที่ประสงค์จะทราบถึงข้อมูลเกี่ยวกับจักราศี ความเร็วในการโคจรของจักราศีกลุ่มดาวฤกษ์และดาวนพเคราะห์ เส้นทางการโคจรและขนาดของจักราศี จึงนับได้ว่า อัลละบูดีย์ เป็นนักปราชญ์ชาวมุสลิมที่มีความรอบรู้และทิ้งมรดกทางวิชาการในหลากหลายสาขาวิชาด้วยกัน

Default image
อาลี เสือสมิง