อ.อาลี เสือสมิง : ถามตอบปัญหา

สารบัญปัญหาคาใจ => หมวด : อะกีดะฮฺ และกลุ่มต่างๆ => ข้อความที่เริ่มโดย: การุณ ที่ มีนาคม 10, 2011, 08:46:52 pm

หัวข้อ: การแสดงความเคารพต่อพระบรมฉายาลักษ์
เริ่มหัวข้อโดย: การุณ ที่ มีนาคม 10, 2011, 08:46:52 pm
salam   เรียนถามครับว่ามุสลิมสามารถเคารพ หรือโคงคำนับต่อรูปของเจ้าแผ่นดินได้ไหมครับ   เพราะในแวดวงราชการ มีมุสที่ต้องเข้าร่วมพิธีด้วยในวาระต่างๆๆ
หรือในงานต่างๆๆ  ถ้าเราไม่ทำจะทำให้พวกศาสนิกอื่นมองดูว่ามุสลิมไม่จงรักภักดีต่อกษัตร์  และถ้าเราทำจะตกมุรตัดหรือไม่ครับ
หัวข้อ: ตอบ : การแสดงความเคารพต่อพระบรมฉายาลักษ์
เริ่มหัวข้อโดย: อาลี เสือสมิง ที่ พฤษภาคม 30, 2011, 12:00:07 am
وعليكم السلام ورحمة الله وبركاته
الحمدلله والصلاة والسلام على رسول الله وبعد


อดีตท่านจุฬาราชมนตรีประเสริฐ มะหะหมัด (ร.ฮ.) ได้เคยตอบปัญหาในทำนองเดียวกับที่ถามมานี้ว่า “การยืนตรงเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์เพื่อระลึกถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มิได้ขัดกับหลักศาสนบัญญัติของศาสนาอิสลาม

การก้มศีรษะเพียงเล็กน้อยซึ่งไม่ถึงขั้นของการรุกัวอฺถือเป็นมักรูฮฺ การก้มศีรษะจนถึงขั้นรุกัวอฺนั้นนักวิชาการว่าเป็นที่ต้องห้าม (หะรอม) ในขณะที่มีบางท่านว่าเป็นมักรูฮฺ” ซึ่งมักรูฮฺในที่นี้คือมักรูฮฺตะหฺรีมนั่นเอง


ดังนั้นสิ่งที่มุสลิมสามารถกระทำได้ก็คือการยืนตรงต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ส่วนการก้มศีรษะเพียงเล็กน้อยนั้นถือว่ากระทำได้พร้อมกับมักรูฮฺ เกินจากที่ว่ามานี้ก็ต้องหลีกเลี่ยงเพราะจะเข้าข่ายเป็นสิ่งต้องห้าม และในขณะที่แสดงท่ายืนตรงต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์นั้นก็ให้รำลึกถึงคุณงามความดีของพระองค์ท่านที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรของพระองค์ มิใช่มีเจตนาทำการอีบาดะฮฺต่อพระองค์ซึ่งหากมีเจตนาเช่นนั้นก็ถือว่าสิ้นสภาพจากความเป็นมุสลิม (มุรตัด)


ความจงรักภักดีก็คือการมีความสำนึกในบุญคุณอันล้นพ้นที่พระองค์ได้ทรงพระราชกรณียกิจเอาไว้อย่างเอกอุซึ่งล้วนแล้วแต่มีคุณอเนกอนันต์ต่อไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินที่อยู่ภายใต้พระบรมโพธิสมภารของพระองค์ท่าน มีความซื่อสัตย์และจริงใจต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นเสาหลักของชาติ เป็นพลเมืองดีของประเทศชาติ เคร่งครัดในศาสนา ปฏิบัตตามกฏหมาย ร่วมไม้ร่วมมือกันในการทำนุบำรุงชาติบ้านเมืองให้เป็นปกติสุข


สมดังพระราชปณิธานที่พระองค์ท่านทรงมีพระปฐมบรมราชโองการว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” ในเมื่อมุสลิมเป็นส่วนหนึ่งจากมหาชนชาวสยามซึ่งเป็นพสกนิกรของพระองค์ท่านมุสลิมก็ต้องน้อมนำพระบรมราชโชวาทที่พระองค์ทรงสอนสั่งเอาไว้นำมาปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม การแสดงออกของมุสลิมว่ามีความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่านไม่จำเป็นว่าจะต้องเหมือนกับพิธีการของชนต่างศาสนิก  ต่างศาสนิกก็มีพิธีการเฉพาะของเขาซึ่งเป็นไปตามคติความเชื่อในศาสนาของเขา เราผู้เป็นมุสลิมก็มีพิธีการของเราตามกรอบและหลักคำสอนของศาสนาเฉพาะของเรา


ดังนั้นเมื่อมุสลิมไม่สามารถกระทำพิธีการบางอย่างได้นั่นก็เพราะมีหลักคำสอนของศาสนากำกับเอาไว้ มิใช่เป็นเพราะว่ามุสลิมไม่จงรักภักดีต่อพระองค์ท่านก็หาไม่ ใยจึงจะต้องใส่ใจกับสายตาของคนอื่นที่ไม่เข้าใจในเรื่องนี้ ในเมื่อในหลวงของเราพระองค์ทรงเข้าใจและเข้าถึงพสกนิกรของพระองค์มากกว่าคนพวกนั้นเสียอีก


หาไม่แล้วพระองค์ท่านคงไม่ทรงประทานพระบรมราโชบายที่ว่า “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เอาไว้เป็นแบบในการแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ดอก เหตุที่ยังแก้ไม่ได้ก็เพราะข้าราชการเหล่านั้นไม่น้อมนำพระบรมราโชบายที่ทรงวางเอาไว้มาใส่เกล้า และทุ่มเทให้เกิดเป็นรูปธรรม เพราะที่เป็นอยู่คือยังไม่เข้าใจและยังไม่เข้าถึงหัวใจของประชาชนอย่างแท้จริง


ความจงรักภักดีที่แท้จริงก็คือ ความประพฤติที่ตั้งอยู่บนความซื่อสัตย์ มิใช่เพียงแค่พิธีการหรือการให้สัตย์สาบานต่อพระองค์ท่านแล้วก็ตระบัดสัตย์ด้วยการฉ้อราษฎร์บังหลวงอย่างที่เป็นอยู่ คนพวกนี้จงรักภักดีเฉพาะลมปากและอากัปกิริยาภายนอกเท่านั้นแต่ลับหลังคือพวกทุรยศเพราะไม่รักประชาชนและทำเพื่อประชาชนอย่างแท้จริงซึ่งเป็นสิ่งที่ในหลวงท่านฝากฝังเอาไว้ให้เป็นธุระในการทำนุบำรุงมิใช่ให้เบียดเบียน