ผู้เขียน หัวข้อ: ความคิดนำในสู่การเขียน  (อ่าน 2535 ครั้ง)

ซา

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 2
ความคิดนำในสู่การเขียน
« เมื่อ: สิงหาคม 28, 2011, 11:23:39 am »
salam  :) ผมอ่านแล้วรู้สึกเหมือน โต้วาทียังไงก็ไม่รู้    
      คือ ผมพยายามเขียนออกไปให้มันดูไม่แข็งกระด้างแล้วนะ แต่อาจจะมีบางคำหรือบางประโยคที่ไปทำให้อาจารย์รู้สึกว่าผมจะสั่งสอน อันนี้ผมก็ต้องขออภัยอย่างยิ่ง
      จริงอยู่ ผมเองก็หาได้แปลภาษาอาหรับหรือมาลายูได้ไม่  แต่ผมไม่ใช่คนที่ทิ้งขว้างหรือถือเอาศาสนาเป็นสิ่งล้อเล่น ผมยังกระหายที่จะเรียนรู้ และพิจารณาด้วยปัญญาที่อัลเลาะห์ทรงประทานให้     แต่ที่ผมไม่ชอบใจก็คือ การพูดไปพาดพิงบรรดา หมู่คณะต่างๆ ในด้านความรู้ของพวกเขา การปฏิบัติของพวกเขา  ผมเชื่อว่าการกระทำของคนๆ หนึ่งหรือหมู่คณะใดๆ ก็แล้วแต่ มันต้องมีมูลความรู้ หรือมูลเหตุ จูงใจในการทำสิ่งนั้น หรือนัยยะของมัน  โดยเฉพาะในด้านศาสนา ซึ่งเราต่างคนก็เอาจริงเอาจังกัน แต่จะมากน้อยก็ขึ้นอยู่แต่ละคน
      90เปอร์เซ็น ในความรู้ของอาจารย์ที่ออกมาไม่ว่าจะเป็นด้านใหนก็ตามถ้าผมมีโอกาสได้ฟังหรือได้อ่านผมก็ยังเห็นว่ามันเป็นประโยชน์ในการดำเนินชีวิต หรือบอกเล่าเก้าสิบกับคนอื่นต่อใด้
      ขอยกซักเล็กน้อย  “แล้วคุณซาแน่ใจได้อย่างไรว่าที่คุณซาได้ฟังและเรียนรู้ในหลักการอิสลามที่ คุณซาได้ฟังได้เจอได้รู้จักนั้นนะ เป็นคนที่รู้แบบไหนแล้วนำไปปฏิบัติหรือไม่?”   เราดำเนินชีวิตอยู่ด้วยกับการยึดมันศรัทธา นั่นหมายความว่ามันเป็นความเชื่อ ซึ่งแต่ละหมู่คณะก็มีแนวทาง และเป้าหมายก็เพื่อให้อยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง และยิ่งกว่า... จากประโยคถามกลับของอาจารย์  ผมมั่นใจว่าครูที่ผมศึกษาด้วยไม่ใช่คน.......ขอโทษด้วยจริงๆครับไม่ได้จะว่าแต่ไม่รู้จะอธิบายยังไง.....ไม่ใช่คนที่พูดหรือบรรยายเพื่อเกียติยศชื่อเสียง เพราะปรกติก็ไม่ได้มีชื่อเสียงเรียงนามสักเท่าไรอยู่แล้ว  

        แต่ผมขอถามกลับด้วยคำถามเดียวกันนี้ว่า “แล้วคุณซาแน่ใจได้อย่างไรว่าที่คุณซาได้ฟังและเรียนรู้ในหลักการอิสลามที่ คุณซาได้ฟังได้เจอได้รู้จักนั้นนะ เป็นคนที่รู้แบบไหนแล้วนำไปปฏิบัติหรือไม่?” ถ้าคุณซาตอบว่าแน่ใจเพราะคุณซามีเหตุผลมายืนยันในความแน่ใจของตน คำตอบของผมก็คงไม่ต่างจากคุณซา  ก้อถ้าอาจารย์แน่ใจแบบนั้นผมก็คงหมดคำพูด  แต่ผมยังยืนยันว่าคนที่กระทำโดยขาดความรู้อย่างแท้งจริงนั้นมีอยู่มากในสังคมพูดเฉพาะอั้ลอิสลาม  พุ่งเป้าไปที่อิบาดะห์ที่ฮุก่มซะเราะห์เห็นว่าผิด ขอยกสิ่งที่อาจารย์ได้พูดในงานบรรยายแห่งหนึ่งคือ  “ละหมาดโดยทิ้งฮู่ก่มซาเราะ และเรื่องซิกรุ้ลเลาะห์” ผมไม่ได้บอกว่าอาจารย์พูดพิดนะครับ แต่ผมคิดว่า  คนที่อาจารย์รู้จักทำนะไม่ถูกเนื่องด้วยไม่รู้จริง รึเปล่า   เมื่ออาจารย์ไปถาม  กลับได้คำตอบที่ไม่กินกับปัญญาของอาจารย์
“เหตุนี้แหล่ะเขาถึงบอกว่าให้พิจารณาสิ่งที่เขาพูด มิใช่พิจารณาว่าผู้พูดเป็นใคร”  ที่ผมเขียนกระทู้ไปนั่น ผมไม่ได้พิจรณาที่ตัวอาจารย์หรอก
   ก่อนจบ   ผมคิดว่า  คนสมัยก่อนคิดรวม แต่คนรุ่นใหม่คิดแยก  ผมว่าคงตามยุคสมัยกระมัง เพราะว่า คนสมัยนี้มุ่งแต่เรียนแล้วทำงานจะให้มานั่งเรียนกันเป็นวันๆ แบบคนสมัยก่อนคงไม่ใช่เรื่องง่าย  วันหนึ่งละหมาดได้ครบ 5 เวลาก็ถือว่าดีถมไปแล้ว  เสมือนกับต้นไม้ ที่มี แก่น เปลือก ใบ  คนสมัยก่อนเขาเรียนจนความรู้แตกออกเป็นใบ  แต่เดี๋ยวนี้ผมว่าให้มันกลับไปเหลือแต่แก่นนะดีแล้ว
ทั้งมวลที่ผมได้เขียน  ประสงค์แค่ไม่ต้องการให้เกิดการพาดพิง ไปถึงคน หรือหมู่คณะ ใดๆ  ให้ทะเลาะกัน ใครหรือหมู่คณะใดจะมีรูปแบบในอิบาดะห์ หรือวงซิเกร แบบใหนก็ว่ากันไป  นั่นคงไม่ใช่เพื่ออื่นใดเว้นแต่หวัง ความดี บารอกะห์ เนี๊ยอฺมะห์จากพระผู้ทรงเอกะ   แต่เมื่อถึงคราวที่ต้องร่วมมือช่วยเหลือกันไม่ว่าจะหมู่คณะใหนๆ ก่ออย่าให้เกิดความแตกแยก ผมว่าก็จะเป็นการดีกว่าเป็นแน่  ผมอยากให้สังคมอิสลามเกิดความแตกแยกเหมือน ณ ปัจจุบัน

ขอจบเลยละกัน ขอให้อาจารย์และตัวกระผมได้รับฮุซนุ้ลคอติมะห์  วัสสลาม :(

deeneeyah

  • Administrator
  • Newbie
  • *****
  • กระทู้: 15
ตอบ : ความคิดนำในสู่การเขียน
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: สิงหาคม 28, 2011, 02:38:31 pm »
السلام عليكم ورحمة الله وبركاته

นิดนึงที่คุณยกคำพูดอาจารย์มาว่า   “ละหมาดโดยทิ้งฮู่ก่มซาเราะ และเรื่องซิกรุ้ลเลาะห์”   ยกมาเต็มๆหน่อยได้ไหมครับ คือมันยิ่งอ่านก็ยิ่งงง อ่ะครับ

ผมอ่านทั้งสองกระทู้แล้ว  ผมไม่ค่อยเข้าใจว่าคุณจะสื่ออะไร และต้องการอะไร

แต่ขอแนะนำว่า น่าจะลองหาโอกาสพูดคุยกันกับโดยตรง ผมว่ามันน่าจะสร้างความเข้าใจกันง่ายขึ้นกว่าการพิมพ์ผ่านข้อความแบบนี้นะครับ

والله ولي التوفيق

อาลี เสือสมิง

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2179
ตอบ : ความคิดนำในสู่การเขียน
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กันยายน 27, 2011, 08:50:42 am »
السلام عليكم ورحمة الله وبركاته


فإن كانت هذه المقا لة التى وصلتنى ترشىدنى إلى عيب فى نفسي
فلصا حب المقا لة خالص الشكر من قلبى وقبول الا حترام مني
وأدعوالله لي وله أن يجعلهاخيرًا وعبرة وتذ كرةلي
بل بكل حرف من الحروف فى هذه المقالة ثواباجزيلا له ولي
ولكن الله تعالى عليم وخبير بذات الصىدوروبكل ما تخفي
وإن لم تكن كذلك فبالله أعتصم وإليه أشكو بضعفي وزلتى
وبسوءالظن إزائى من صاحبهافالله ادعو أن يغفرله ولي
وبحمدالله حق حمده وبالصلاة والسلام على محمد نبيي
اكتب مقالاتي والإجابةعن السؤالات التى سألونى
وابتغاءلوجهه ومرضاته ألقيت ولم ألقى كلامي
لاللرياءوالسمعةكمااتهمنى بلاعمدولاللمال والعرض الفانى
لأن الحقيقة لم تكن لى شهرة ولا سمعة سمعت بها آذان غيري
لأننى مخمول العين ومجهول المعرفةومنكر الوجه للناس سوآئى
ولم أكن شيئا مذ كوراسواء قبل وجودى أوبعدزوالي
لم يعرفني أحدبذاتي ولابجسمى وإن كان ماشيا معي
وإنماالمسموع مجردصوتى وما يلفظ من قول بلسانى
فالسمعة إن وجدت فى حيزالوجودفإنما فى صوتى ولهجتى
لا فى قلبى ولا فى صدرى لأن الله تعالى مقصودي
وإنما المشهورهواسمى للمسمى الذى هوذاتى الفانى
فا لرياء إن وجدت فى حيز الوجودفإنمافى اسمى لافى نفسى
وإذاكنت مخمولاً لم يعرفنى أحدبذاتى فلماذاأجهدنفسى
للحصول على الشهرة والسمعة لصوتى واسمى
مع أنهما لم يكتسبالذاتى شهرة وسمعة فى كل وجودي
يامن لم يرض عنى بما أمر نى الله ربى من الأمربالمعروف الوافى
ومن النهى عن المنكر إن كانت هناك بشرع الله معاصي
فاعلم يهديك الله إلى الصراط السوي أن ذاك واجبى
ولن أتر كه أبدامادمت حيالأن الحق أحق أن قول بلسانى
ولا أبالى بادعاؤك أنى سبب فى التفريق ببياني
إن كان البيان والشرح كالسلاح البتارعلى أهل الضلا لة والمعاصي
ومن هؤلاء الفساق بلا شك تاركو الصلاة وهى عماددينى
وهم تركوها مع الاستطاعة بدون قيام ولاركوع ولابالبواقى
ثم ادعوابأنهم صلوابقلوبهم لابالحركات وكيفيات الهادى
وهم أصحاءليسوا بمرضى ولأبأصحاب الأعذار الذين لهم ضروري
والصلاة فى الشرعي أقوال وأفعال كماهومعلوم فى الدين بالبديهي
وصلواكما رأيتمونى أصلى هكذا أمرنا وعلمنا الرسول با لأ مرالإلهى
وذكرالله العلي بالقلب الذاكر مشروع بلا خلاف وهذاأمرجلي
ولكن الصلاةالتى هى عمادالدين لهاصورةوكيفيات فى الشرعي
فمن لم يؤدحقها كما ينبغي قلنا ببطلانها فكيف إذاتركها بالهواءي
ادعى بهواه أنه يصلى بقلبه بدون الجوارح وهوذاكرباطنى
وإن كانت هذه صلاة كماادعى فكيف تكون صلاة محمد النبى
وهل أستطيع أن أسكت عنها كالشيطان الأخرس يا أخى
ورضى الله تعالى وحده أقصدبه فى بيان الحق وأقول بلسانى
وإن كان مفرقافليكن ولاأبالى لأن رضى الناس غايةلاتدرك كمافى المثال العربى

والله ولي التو فىق