สารบัญปัญหาคาใจ > หมวด : ฮัดย์ อุฎหิยะฮฺ กุรบ่าน อะกีเกาะฮฺ

กุรบาน

(1/1)

ss:
salam อาจารย์ครับ อยากทราบว่า เนื้อกุรบานสามารถแจกจ่ายให้แก่คนต่างศาสนิกได้หรือไม่ พร้อมด้วยหลักฐาน

อาลี เสือสมิง:
وعليكم السلام ورحمة الله وبركاته
الحمدلله والصلاة والسلام على رسول الله وبعد         

เนื้อกุรบาน (อุฎหิยะฮฺ) มีความพิเศษที่แตกต่างจากเนื้อของสัตว์ที่ถูกเชือดทั่วๆ ไป เพราะมีบัญญัติทางศาสนาอิสลามเป็นรายละเอียดโดยเฉพาะ ทั้งเรื่องของคุณสมบัติของสัตว์ที่ถูกนำมาเชือดกุรบาน ช่วงเวลาสำหรับการเชือดกุรบาน คุณสมบัติของบุคคลที่จะทานเนื้อกุรบาน และผลบุญที่จะได้รับ เป็นต้น


ความเป็นพิเศษของกุรบานนี้เองทำให้นักวิชาการมีความเห็นแตกต่างกันในกรณีการแจกจ่ายหรือบริโภคเนื้อกุรบานของชนต่างศาสนิก สำหรับกรณีของชาวมุสลิมที่ยากจนและขัดสนนั้นมีมติเป็นเอกฉันท์ (อิจญ์มาอฺ) ว่าอนุญาตในการให้เนื้อกุรบานเป็นอาหารแก่พวกเขา เพราะเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักในการทำทาน และสิทธิในการบริโภคเนื้อกุรบาน


ส่วนชนต่างศาสนิกนั้น นักวิชาการส่วนหนึ่งอนุโลมให้แจกจ่ายเนื้อกุรบานแก่คนยากจนที่เป็น  “อะฮฺลุซซิมมะฮฺ”  (เช่น ชาวยิวและชาวคริสต์ในรัฐอิสลาม) ได้ เช่น ท่านอัล-หะสัน อัล-บะเศาะรียฺ , อิมาม อบูหะนีฟะฮฺ และท่านอบู เษาวฺริน ส่วนอิมาม มาลิกนั้น ท่านกล่าวว่า : ผู้ที่เป็นอื่นจากอะฮฺลุซซิมมะฮฺ (คือผู้ที่เป็นมุสลิม) นั้นเป็นที่ชอบยิ่งกว่า และอิมามมาลิกก็ถือว่า มักรูฮฺ ในการมอบหนังของสัตว์ที่ถูกเชือดกุรบานและสิ่งหนึ่งสิ่งใดจากเนื้อของมันแก่ชนนัศรอนียฺ (ชาวคริสต์)


และอิมาม อัล-ลัยษฺ ก็ถือว่ามักรูฮฺเช่นกัน แต่ท่านให้รายละเอียดว่า ถ้าเนื้อกุรบานนั้นถูกปรุงสุกแล้วก็ไม่เป็นอะไรที่ชาวอะฮฺลุซซิมมะฮฺจะร่วมรับประทานเนื้อกุรบานนั้นพร้อมกับชาวมุสลิม


นี่เป็นคำพูดของอิบนุ อัล-มุนซิรที่ให้รายละเอียดไว้ แต่อิมาม อัน-นะวาวียฺระบุว่า ข้าพเจ้าไม่เคยเห็นว่าบรรดานักวิชาการในมัซฮับอัช-ชาฟิอียฺของเรามีคำกล่าวอันใดในเรื่องนี้ และตามข้อชี้ขาดของมัซฮับนั้น เป็นที่อนุญาตในการเลี้ยงอาหารพวกเขา (อะฮฺลุซซิมมะฮฺ) จากเนื้อกุรบานที่เป็นสุนนะฮฺ (อุฎหิยะฮฺ อัต-ตะเฏาะวฺวุอฺ) โดยเนื้อกุรบานที่เป็นวาญิบนั้นไม่อนุญาต วัลลอฮุตะอาลาอะอฺลัม (กิตาบ อัล-มัจญ์มูอฺ ชัรหุลมุฮัซซับ ; อัน-นะวาวียฺ เล่มที่ 8 หน้า 404)


แต่ในตำรา หาชิยะฮฺ อัช-ชัยคฺ อิบรอฮีม อัล-บัยญูรียฺ เล่มที่ 2 หน้า 566 ระบุว่า : .......ฉะนั้น ไม่อนุญาตให้มอบสิ่งหนึ่งสิ่งใดจากเนื้อกุรบานแก่พวกเขา (คือกลุ่มชนที่มิใช่ชาวมุสลิม) ตามที่ระบุเป็นตัวบทไว้ใน อัล-บุวัยฏียฺ และใน          อัล-มัจญ์มูอฺ นั้นปรากฏว่าอนุญาตให้เลี้ยงอาหารคนยากจนของอุฮฺลุซซิมมะฮฺจากเนื้อกุรบานที่เป็นสุนนะฮฺ โดยไม่อนุญาตจากเนื้อกุรบานที่เป็นวาญิบ ซึ่ง อัล-อัซเราะอียฺ ประหลาดใจจากคำกล่าวของอัน-นะวาวียฺในตำราอัล-มัจญมูอฺดังกล่าว


ฉะนั้นที่ถูกต้องคือ ไม่อนุญาตให้เลี้ยงอาหารแก่คนซิมมียฺจากเนื้อกุรบานโดยไม่มีเงื่อนไข ไม่ว่าจะเป็นการทำเศาะดะเกาะฮฺ (ทาน) ไม่ว่าจะเป็นการให้โดยฮะดียะฮฺก็ตาม... ทั้งนี้เพราะเนื้อกุรบานเป็นการเลี้ยงต้อนรับ (ฎิยาฟะฮฺ) แก่บรรดามุสลิมที่พระองค์อัลลอฮฺทรงจัดให้ดังที่ ชัยคฺ อัช-ชุบฺรอมุลฺสียฺกล่าวเอาไว้ อันถือเป็นคำกล่าวที่เป็นหลักสำคัญ (มุอฺตะมัด)”



สรุปก็คือ เรื่องการแจกจ่ายเนื้อกุรบานให้แก่คนต่างศาสนิกนี้ นักวิชาการมีความเห็นต่างกัน ที่เป็นหลักคำสอน (มุอฺตะมัด) ในมัซฮับอัช-ชาฟิอียฺ ถือว่าไม่อนุญาตเพราะเป็นเรื่องเฉพาะสำหรับชาวมุสลิมที่ยากจนซึ่งมีสิทธิในการได้รับเนื้อกุรบานนั้นก่อนบุคคลอื่น ส่วนชนต่างศาสนิกนั้นหากพวกเขามีความยากจนก็สามารถมอบเนื้อสัตว์ที่มิใช่กุรบานเป็นทานให้แก่พวกเขาอยู่แล้ว ส่วนเนื้อกุรบานนั้นเป็นกรณีพิเศษที่สงวนเอาไว้สำหรับชาวมุสลิมที่ยากจนเท่านั้น


และกรณีที่สงวนเอาไว้นี้ก็ไม่ได้หมายความว่า มุสลิมตระหนี่ถี่เหนียวไม่รู้จักเผื่อแผ่คนอื่นที่ไม่ใช่มุสลิมแต่อย่างใด เพราะสัตว์ที่ชนต่างศาสนิกที่มิใช่ชาวคัมภีร์ (อะฮฺลุลกิตาบ) เชือดนั้นมุสลิมก็ทานไม่ได้เช่นกัน สัตว์ที่ถูกเชือดเซ่นสังเวยตามความเชื่อในศาสนาอื่นนั้นมุสลิมก็ทานไม่ได้โดยเด็ดขาด แล้วจะกล่าวว่ามุสลิมเห็นแก่ตัวได้อย่างไร

والله أعلم بالصواب

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

Go to full version