ผู้เขียน หัวข้อ: ไม่แน่ใจว่าปฏิบัติตัวผิดหรือไม่  (อ่าน 3387 ครั้ง)

นาเดีย

  • บุคคลทั่วไป
ไม่แน่ใจว่าปฏิบัติตัวผิดหรือไม่
« เมื่อ: มกราคม 17, 2014, 01:31:37 PM »
อัสลามุอะลัยกุมค่ะ 
 ดิฉันเป็นมุอัลลัฟค่ะ ขอคำปรึกษาคะว่าควรจะทำอย่างไรกับเหตุการณ์นี้ต่อไปถึงจะถูกต้องและที่ทำผ่านมาถูกหรือผิดอย่างไร ขอเล่าคร่าวๆนะค่ะ มีเรื่องหมางใจกับเพื่อนบ้าน  บ้านติดกัน สามีและภรรยาซึ่งเป็นญาติที่เป็นผู้ใหญ่กว่า ศักดิ์เป็นน้าชายของสามีเรา เป็น้องของแม่สามี ต้นเหตุของเรื่องคือเราและลูกของเรา เข้ามาอยู่ที่นี้เป็นที่วะกัฟสำหรับลูกหลาน ดิฉันเข้าใจว่าเขาเห็นเราเป็นมุอัลลัฟ และอยู่ไกลแม่สามีซึ่งยังเข้ากันไม่ได้และอยู่คนละซอย จึงเข้ามาช่วยเหลือช่วยดูแลลูกซึ่งจุดนี้เราเองไม่มีประสบการณ์ก็จริงอยู่แต่เราก็พยายามเลี้ยงเองและสามีเขาก็มาอุ้มไปเล่นเรื่อยๆ ตอนแรกรู้สึกดีได้รับความช่วยเหลือดีและสามีเองบอกให้เข้าไปทำความรู้จักญาติๆเพื่อนบ้าน ไปนั่งคุยแทบทุกวัน จนคิดว่ารู้จักตัวตนเค้าทั้งสองคนพอควรจึงคิดรักษาระยะและเราเองจะได้มีเวลาส่วนตัวกับลูกมากขึ้น สามีเค้าเริ่มเดินมาพาลูกเราไปเล่น ไปเที่ยวบ่อยทุกวันจนเป็นกิจวัตร ดิฉันกังวลเรื่องลูกจะได้รับการดูแลอย่างดีเกินไปกลัวจะชิน ซึ่งเราจะสอนให้ช่วยเหลือตนเองได้ แต่ลูกจะได้รับการปฏิบัติคนละอย่างเมื่ออยู่กับเค้า ซื้อขนมของกินของเล่นให้แทบทุกวัน  สามีเค้าช่วยดูแลเอาใจใส่จนเรารู้สึกขัดข้องใจกลัวจะมีปัญหาเรื่องการปกครองสั่งสอนในอนาคต เราพยายามปฏิเสธแบบนิ่มนวลแต่ด้วยความที่เค้าเป็นคนที่ชอบช่วยเหลือมากจึงยากสำหรับดิฉันมากขึ้น พอตัดใจปฏิเสธตรงๆว่าขอทำเองจะได้ทำเป็น ก็ถูกว่าต่อทอดจากสามีที่ถูกแม่เค้าว่ามา เป็นอย่างนี้ทุกครั้งที่เราขอพื้นที่ส่วนตัว ทำอะไรเอง มีชีวิตครอบครัวเราเอง ดิฉันพยายามบอกสามีว่าต่อไปอาจมีปัญหาเรื่องนี้เพราะต่างวัยต่างความคิดต่างการเลี้ยงดูปฏิบัติ เราสมัยนี้เค้าสมัยก่อน สามีบอกไม่มีอะไร ปล่อยไป
  การพยายามบอกเป็นปฏิเสธบ่อยครั้งแต่กลับลงที่ว่าต้องให้เค้าช่วยเลี้ยงลูกเพราะเราจะได้ทำอะไรสะดวกหรืออาจถูกต่อว่ากลับมาภายหลัง เป็นอย่างนี้นานจนเราหาทางออกไม่ได้ด้วยความขัดอยู่ในใจเลยดื้อออกมาทำงานแบบขัดใจสามีและแม่สามี ระหว่างทำงานตั้งท้องคนที่สอง เรื่องราวเกิดตอนจะลาออกจากงานมาเลีี้ยงลูกทั้ง2คน สามีกลับไปทำงานซึ่งคาบเกี่ยวเวลาต้องจ้างคนเลี้ยงลูกทั้งสองคนเราไม่ได้จ้างเค้าแต่ลูกไปอยู่บ้านเค้าตอนเรารับกลับบ้านเสมอ และพอรับลูกสองคนมาเลี้ยงเราขอเคลียร์กับทางเค้าเพราะภรรยาเค้าเองก็ติดใจเราเช่นกัน ทางเค้าไม่เข้าใจว่าเหตุผลของเราคืออะไร ได้แต่คิดอย่างเดียวว่าเราว่าเค้าทำให้ลูกเราเสียคนเอาแต่ใจ ไม่ยอมทำอะไรเลยต้องทำให้ทุกอย่าง แม้แต่ป้อนข้าว ทั้งที่4ขวบแล้วเรื่องยาวมากค่ะขอตัดตอนเป็นคำถามดังนี้
1.การที่เขาเต็มใจเข้ามาช่วยเหลือทั้งๆที่เราไม่ต้องการ เราปฏิเสธเราผิดไหมคะ
2.ดิฉันใช้ชีวิตอยู่ที่นี่เหมือนถูกจับตามองตลอด รู้สึกอึดอัดค่ะ ทำอะไร แม่สามีรู้ทุกเรื่อง มุอัลลัฟจะถูกใส่ใจเป็นพิเศษอย่างนี้หรือคะ เมื่อก่อนแม่สามีกับภรรยาเขาสนิทกันมากโทรคุยกันทุกวันก็คงจะเล่าเรื่องดิฉันที่เค้าทราบไปด้วย หลายครั้งที่ถูกต่อว่ามา ตอนนี้ดิฉันทะเลาะไม่คุยกับทางบ้านเขา และแม่สามีถูกทางบ้านเขาต่อว่าด้วยเช่นกัน เลยไม่คุยกันอีกคู่ ดิฉันเป็นต้นเหตุผิดไหมคะ
3.ดิฉันเถียงภรรยาเขาในข้อที่เขาเข้าใจเราผิด และว่าพาดพิงแม่ของดิฉันซึ่งต่างศาสนากัน ดิฉันไปขอมะอัฟตอนอีดใหญ่แล้ว แต่เขาไม่รับอย่างนี้ทำอย่างไรคะ และจนบัดนี้ก็ไม่ได้คุยทำเหมือนไม่มีตัวตนกันเลยค่ะ ดิฉันก็ไม่ได้พูดถึงเขาเลยเมื่อใครที่ทราบเรื่องถามก็ตอบส้ันและเลี่ยงไม่พูดถึงจะบาปไหมคะ
4.ญาติของภรรยาเค้าบางคนก็ไม่คุยกับดิฉันและสามีเลยตั้งแต่เรื่องเปิดเผยมาว่าผิดใจกันต้องทำอย่างไรดี
5.ตอนเกิดเรื่องแล้วบ้านเขาเป็นทางที่ต้องผ่าน เขาด่าว่า ตะโกนออกมาจากบ้านทุกครั้ง แม่สามีโทรมาว่าๆเราไปยียวนเค้าทำไมทั้งที่จริงเราแค่เดินผ่านและไม่มองด้วยซ้ำ เป็นอย่างนี้นานแล้ว เค้าอาจจะอารมณ์หมั่นไส้ เลยโมโห เค้าบอกว่าเห้นหน้าเราแล้วทำงานไม่ได้ เราบอกว่าต้องดับโมโหที่ตัวเค้าเอง เราไม่ได้ไปทำอะไรอย่างที่เค้าบอกเลย การบอกสิ่งที่ถูกต้องกับผู้ใหญ่ผิดไหมคะ 


   ดิฉันความรู้ศาสนายังน้อย ถ้าในการเขียนมีอะไรไม่สมควร ขอมะอัฟด้วยนะคะ ขอความกระจ่างไว้เพียงเท่านี้ค่ะ

วัสลาม

อาลี เสือสมิง

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2179
Re: ไม่แน่ใจว่าปฏิบัติตัวผิดหรือไม่
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มีนาคม 14, 2014, 02:30:56 PM »
وعليكم السلام ورحمة الله وبركاته
الحمدلله والصلاة والسلام على رسول الله وبعد

1. หากเรามั่นใจว่าเขาเต็มใจและมีความปรารถนาดีในการเข้ามาช่วยเหลือเรา ทำดีและรักใคร่ลูกเราอย่างจริงใจก็จงรับความปรารถนาดีนั้นไว้ อย่าปฏิเสธความปรารถนาดีของผู้ที่เต็มใจหยิบยื่นความปรารถนาดีนั้นแก่เรา แต่จงดีใจที่อัลลออฺ (ซ.บ.) ทรงประทานเพื่อนบ้านที่ดีให้แก่เรา อย่ากลัวว่าลูกของเราจะเสียคนเพราะเหตุที่เขาดูแลเอาใจใส่ลูกของเราดีเกินไป


หากเขาทำอย่างนั้นจริงก็จงมองในแง่ดีว่าเป็นโชคของลูกเราที่อัลลออฺทรงประมานความเมตตาให้มีผู้ใหญ่ใจดีคอยเอาใจใส่ลูกของเรา อย่ามองว่าเขาจะทำให้ลูกของเราเสียคน เพราะเมื่อลูกอยู่กับเรา เราก็ค่อยอบรมสั่งสอนและฝึกฝนให้เขาได้ช่วยเหลือตัวเอง และการที่เราสอนลูกอย่างนี้เมื่อเวลาลูกอยู่กับเราย่อมเป็นสิ่งที่สามารถกระทำได้ และค่อยๆ บอกให้ลูกรับรู้ว่า ถ้าอยู่กับแม่ลูกต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ แม่จะไม่ตามใจลูกทุกอย่างนะ ค่อยๆ ฝึกฝนและสร้างความเข้าใจอย่างนี้กับลูก


ขอย้ำว่าอย่ามองลูกของเราว่าจะเสียคน เพราะการมองอย่างนั้นเป็นการด่วนสรุปและมองอนาคตของลูกในเชิงลบ ลูกจะดีหรือจะเสียคนมิได้อยู่ที่คนอื่นแต่อยู่ที่เราว่าอบรมสั่งสอนเขาอย่างไร สาเหตุของปัญหาเกิดจากการที่เราเข้าใจว่า การที่เพื่อนบ้านทำดีกับลูกของเราหรือกับครอบครัวของเราจะเป็นปัญหาในอนาคตซึ่งยังไม่เกิดขึ้น และไม่แน่ว่าจะเป็นอย่างที่เราเข้าใจหรือไม่ แล้วเราก็เอาความวิตกกับเรื่องในอนาคตเป็นอุปสรรคปิดกั้นความเป็นไปในภาวะปัจจุบัน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราเองก็ยอมรับว่าดีหรือดีเกินไปด้วยซ้ำ ผลที่ตามมาจากการที่เราตัดสินใจปฏิเสธเรื่องดีในภาวะปัจจุบันก็คือ ปัญหาที่เราต้องกลัดกลุ้มและไม่แน่ว่าในอนาคตจะแย่ไปกว่านี้อีกหรือไม่?



2. คุณเป็นมุอัลลัฟที่โชคดีมากเพราะได้รับการเอาใจใส่เป็นพิเศษจากแม่สามี การใช้ชีวิตภายใต้สายตาที่จับจ้อง ถึงแม้ว่าจะอึดอัดในบางครั้ง ก็ย่อมดีกว่าการมีชีวิตท่ามกลางผู้คนที่ไม่เคยเห็นเราอยู่ในสายตา ไม่สนใจ ไม่เอารู้เอาชี้ เหมือนคนที่ไม่มีตัวตน คนมุอัลลัฟส่วนมากจะถูกปฏิบัติจากผู้คนรอบข้างที่เป็นญาติของสามีหรือภรรยาแบบนี้ คือไม่ได้รับความสนใจเพราะไม่ใช่มุสลิมแต่เดิมและมักจะถูกมองว่าไม่รู้เรื่องของศาสนา   


ผิดกับกรณีของคุณที่เพื่อนบ้านและแม่สามีคอยใส่ใจซึ่งเป็นเรื่องดีมิใช่เรื่องไม่ดี ปัญหาที่เกิดขึ้นจึงเป็นเรื่องของความรู้สึกที่เกิดขึ้นในจิตใจของเราเองว่า เราถูกจับจ้องและขาดความเป็นส่วนตัวจนทำให้อึดอัดคับใจ หากเราเปลี่ยนความรู้สึกที่ว่านี้ด้วยมุมมองที่ว่า ความใส่ใจและรับรู้เรื่องของเราจากบุคคลรอบข้างเป็นสิ่งที่จะช่วยควบคุมพฤติกรรมของเรา และมองว่านั่นเป็นสิ่งที่ดีกว่าการที่เราไม่เป็นที่สนใจของผู้ใดเลยถึงแม้ว่าจะอึดอัดไปบ้างย่อมทำให้เราเปลี่ยนความรู้สึกจากเดิมได้ไม่มากก็น้อย แต่เป็นเพราะเรามองว่าเรื่องนี้เป็นความอึดอัด เราไม่พอใจที่แม่สามีคุยเรื่องของเรากับคนอื่นและหลายครั้งเราก็ถูกต่อว่ามา


และสามีของเราก็โดนทางบ้านของเขาต่อว่ามาด้วย เรามีความรู้สึกไม่พอใจและคับอกคับใจในเรื่องนี้ได้ เพราะเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ แต่ถ้าเราทำใจและปล่อยผ่านไปเสียบ้างก็คงไม่ต้องแบกความกลัดกลุ้มเอาไว้ในใจ คงเป็นเรื่องยากแต่ถ้าจะให้แนะนำก็คงต้องเป็นอย่างที่ว่ามา คือทำใจและปล่อยวาง ส่วนที่ถามว่า การที่สามีของเราต้องถูกทางบ้านของเขาต่อว่า จึงเป็นเหตุให้ไม่พูดจาระหว่างกัน และเราเป็นต้นเหตุถามว่าผิดไหม ก็ลองตรองดูว่า ถ้าเราเป็นต้นเหตุให้คนรอบข้างต้องผิดใจและไม่พูดจากัน เราจะผิดไหม ลองตรองดูแล้วก็จะรู้คำตอบครับ



3. เมื่อเราขอมะอัฟแล้ว แต่เขายังไม่ยอมรับก็ต้องปล่อยวางเช่นกัน เพราะเราคงบังคับจิตใจของเขาไม่ได้แต่อย่าท้อแท้ในการที่จะทำดีกับเขา จงหวังอยู่เสมอว่า สักวันหนึ่งเขาจะเปิดใจรับ และจงรับรู้ไว้เถิดว่า ศาสนาให้ตอบโต้ด้วยสิ่งที่ดีกว่า และผู้ที่สามารถทำให้คนที่หมางใจระหว่างกันกลับมาคืนดีและกลายเป็นมิตรนั้น คือผู้ที่มีความอดทนอดกลั้นเป็นที่ตั้งและผู้นั้นย่อมได้ชื่อว่ามีวาสนาอันยิ่งใหญ่


4. เมื่อญาติฝ่ายเขาไม่คุยกับเราและสามี ก็จงทำดีกับพวกเขา พูดกับพวกเขาในโอกาสที่ควรพูด พูดเรื่องอื่นก็ได้ แต่ถ้าเขาไม่ยอมพูดด้วยก็อย่าถอดใจและละความพยายามในการเชื่อมต่อสัมพันธ์ที่ดีกับพวกเขา


5. การบอกสิ่งที่ถูกต้องกับผู้ใหญ่นั้นไม่ผิดหรอกแต่เราก็ต้องไม่ลืมว่า ทิฐิของผู้ใหญ่นั้นมีอยู่ เมื่อผู้ใหญ่มีทิฐิและโทสะก็ควรนิ่ง สิ่งที่ถูกต้องถึงแม้ว่าจะถูกต้องก็ไม่ได้หมายความว่าจำเป็นต้องพูดถึงเสมอไป เพราะหากแม้ว่าจะถูกต้อง แต่ไม่ต้องจริต ไม่ถูกกับอารมณ์ ก็ควรนิ่งเสีย การลดทิฐิของผู้ใหญ่ต้องอาศัยเวลาเป็นเครื่องบรรเทาต้องรู้จักใช้ ย. คือ ยอมในสิ่งที่ควรยอม ยกในสิ่งที่ควรยก ยอในสิ่งที่เขาเป็นจริงตามคำยอ ยิ้มนำเสนอเมื่อพบเจอ ยื่นของกำนัลที่เขาชอบ และจงระวัง ย. ดังต่อไปนี้ ยอกย้อนเวลาพูดด้วย ยะโสและหยิ่งเมื่อเขาหยิบยื่น ยียวนด้วยคำพูดและอากัปกิริยา ย้ำทวนในเรื่องที่แทงใจ เยาะเย้ยไม่ฟังความ และย่อท้อถอดใจ ย. ชุดหลังนี้ควรหลีกห่าง


สุดท้ายให้หมั่นขอดุอาอฺบทนี้

رَبَّنَاافْتَحْ بَيْنَنَا وَبَيْنَ قَوْمِنَا بِالْحَقِّ وَأَنْتَ خَيْرُالْفَاتِحِيْنَ

คำอ่าน “ร็อบบะนัฟตะหฺ บัยนะนา ว่า บัยนะ เกาวฺมินา บิลหักกิ ว่า อันตะ ค็อยรุลฟาติหีน”

ความหมายว่า “โอ้ พระผู้อภิบาลของเรา ขอทรงเปิดระหว่างและระหว่างกลุ่มชนของเราด้วยสัจธรรม และพระองค์ทรงเป็นผู้เปิดที่ดีที่สุด”

والله ولي التوفيق