ผู้เขียน หัวข้อ: เรื่องเงินมรดก  (อ่าน 2992 ครั้ง)

adam1989

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 2
เรื่องเงินมรดก
« เมื่อ: กันยายน 22, 2014, 07:05:54 PM »
 salam คับอาจารย์  เงินและที่ดินที่พ่อเปนกาเฟรไห้กับลุกที่เปนมุสลิมในขณะที่ยังไม่ตาย  เงินและที่ดินตรงนี้เรียกว่าเปนมรดกใหมคับคับ แล้วถ้าเกิดพ่อที่เปนกาเฟรตาย เงินและที่ดินดั่งกล่าวต้องรวมเข้าไปอยู้ในมรดกของพ่อใหม แล้วลูกที่เปนมูสลิมมีสิทรับมรดกดั้งกล่าวของพ่อที่เปนกาเฟรได้หมคับ???

อาลี เสือสมิง

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2179
Re: เรื่องเงินมรดก
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 06, 2014, 08:33:04 PM »
وعليكم السلام ورحمة الله وبركاته
الحمدلله والصلاة والسلام على رسول الله وبعد

เงินและที่ดินหรือทรัพย์สินทั้งสังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ที่บิดาซึ่งเป็นชนต่างศาสนิกให้กับลูกซึ่งเป็นมุสลิม ในขณะที่บิดาซึ่งเป็นชนต่างศาสนิกยังมีชีวิตอยู่ หรือกลับกัน (คือลูกที่เป็นมุสลิมให้แก่บิดาซึ่งเป็นชนต่างศาสนิก) ไม่ถือเป็นมรดก แต่ถือเป็นการให้โดยสิเน่หาเรียกว่า “อัล-ฮิบะฮฺ” ซึ่งถือว่าใช้ได้และรับมาครอบครองกรรมสิทธิได้ เพราะบิดาซึ่งเป็นชนต่างศาสนิกที่เรียกว่า “อัล-วาฮิบ” (ผู้ให้โดยสิเน่หา) เป็นส่วนหนึ่งจากผู้มีคุณสมบัติในการบริจาค (อะฮฺลียะฮฺ อัต-ตะบัรรุอฺ) (อัล-ฟิกฮุลอิสลามียฺ ว่า อะดิลละตุฮู; ดร.วะอฺบะฮฺ อัซ-ซุหัยลียฺ เล่มที่ 5 หน้า 12, อัล-ฟิกฮุ้ลมันฮะญียฺ 5/15)


เรื่องการอุทิศของชนต่างศาสนา (วักฟุล-กาฟิรฺ) ซึ่งระบุว่า : บรรดานักวิชาการสังกัดมัซฮับอัช-ชาฟิอียฺกล่าวว่า : การอุทิศของชนต่างศาสนา (วักฟุล-กาฟิรฺ) นั้นใช้ได้ ถึงแม้ว่าจะเป็นการอุทิศให้แก่มัสญิด ถึงแม้ว่าชนต่างศาสนิกจะไม่เชื่อว่าการอุทิศนั้นเป็นกุรฺบะฮฺ (การสร้างความใกล้ชิดต่อพระองค์อัลลอฮฺ) ทั้งนี้เป็นการพิจารณาตามความเชื่อของเรา และเป็นเพราะว่าชนต่างศาสนิกเป็นส่วนหนึ่งจากผู้มีคุณสมบัติในการบริจาค (อะฮฺลุลตะบัรฺรุอฺ)


เมื่อบิดาซึ่งเป็นชนต่างศาสนิกเสียชีวิตลง เงินและที่ดินหรือทรัพย์สินที่เคยให้แก่บุตรซึ่งเป็นมุสลิมโดยสิเน่หาไปแล้ว และครบเงื่อนไขของการให้โดยสิเน่หา เช่น บิดาเอ่ยปากยกให้ และบุตรเอ่ยปากรับ และครอบครองกรรมสิทธิ์ (อัล-กอบฎ์) ในเงินและที่ดินหรือทรัพย์สินนั้นแล้ว ก็ไม่ถือว่าเงินและที่ดินหรือทรัพย์สินนั้นเป็นทรัพย์มรดกของบิดา เพราะได้ยกให้โดยสิเน่หาแก่บุตรซึ่งเป็นมุสลิมนั้น และกลายเป็นกรรมสิทธิของบุตรผู้นั้นไปแล้ว จึงไม่นับรวมทรัพย์สินของบุตรเข้าไปในกองมรดกของบิดาแต่อย่างใด


ส่วนทรัพย์สินอื่นๆ ของบิดาที่เป็นมรดกภายหลังการเสียชีวิตของบิดานั้นบุตรที่เป็นมุสลิมไม่มีสิทธิรับมรดกนั้นเพราะเป็นทรัพย์มรดกของชนต่างศาสนา ในทำนองเดียวกัน หากบุตรที่เป็นมุสลิมเสียชีวิต บิดาซึ่งเป็นชนต่างศาสนิกหรือญาติใกล้ชิดคนอื่นๆ ซึ่งมิใช่มุสลิม ก็ไม่มีสิทธิรับมรดกของมุสลิมที่เสียชีวิตนั้น ทั้งนี้ในบัญญัติแห่งศาสนาอิสลามว่าด้วยกฎหมายมรดก กำหนดว่าการถือศาสนาต่างกันของเจ้าทรัพย์มรดกและทายาทที่มีสิทธิรับมรดกย่อมถือเป็นสิ่งที่ห้าม (มานิอฺ) ในการรับมรดกระหว่างกัน ตามอัล-หะดีษที่ว่า

َلَايَرِثُ الْـمُسْلِمُ الْكَافِرَ ، وَلَاالْكافِرُالْمـُسْلِم
“มุสลิมจะไม่รับมรดกชนต่างศาสนิก และชนต่างศาสนิกจะไม่รับมรดกของชนมุสลิม” 
(อัล-บุคอรียฺ หะดีษเลขที่ 6383 / มุสลิม หะดีษเลขที่ 1614)



ดังนั้นบุตรที่เป็นมุสลิมจึงไม่มีสิทธิรับมรดกของบิดาซึ่งเป็นชนต่างศาสนิกตามบัญญัติแห่งศาสนาอิสลาม ส่วนในกรณีที่ทายาทของบิดาเป็นศาสนิกชนเดียวกับบิดา ทายาทเหล่านั้นก็ย่อมมีสิทธิในการรับมรดกของบิดาได้ และถ้าหากทายาทเหล่านั้นรับมรดกนั้นมาเป็นสิทธิของตนแล้ว ต่อมาก็ประสงค์จะให้แก่ทายาทที่เป็นมุสลิมโดยสิเน่หา ซึ่งทรัพย์สินอันเป็นสิทธิของพวกเขา กรณีนี้ทายาทท่ีเป็นมุสลิมสามารถรับได้ตามหลักของการให้โดยสิเน่หา (อัล-ฮิบะฮฺ) ซึ่งเป็นคนละกรณีกับเรื่องของการรับมรดกครับ

والله أعلم بالصواب