ผู้เขียน หัวข้อ: ปัญหาในปัจจุบัน  (อ่าน 2735 ครั้ง)

นาบิ้ล(เด็กบ้านป่า)

  • บุคคลทั่วไป
ปัญหาในปัจจุบัน
« เมื่อ: ตุลาคม 29, 2014, 01:28:11 AM »
السلام عليكم
คือผมเล่นเฟสบุกแล้วไปเจอ ลูกศิษของอาจาร์ท่ายหนึ่งมาว่าตัวอาจาร์อาลีว่า เป็นวะฮาบี
คือส่วนตัวผมแล้ว ผมเรียนมาสองอย่างแล้วเอามาเปรียบกัน มันมองได้กว้างกว่า
แต่ในที่นี้ที่ผมไม่ยอมคือ เขามาว่าอาจาร์ว่าปกป้องวะฮาบี ออกมาว่าครูลีจำทำให้คนยอมรับในอากีดะห์วะฮาบี
แต่ที่ฟังจากคลิปเต็มแล้ว แล้วผมก็วิเคราะ ซึ่งผมเป็นเด็กบ้านป่าตั้งแต่เกิด ผมรู้ว่าครูลีไม่ใช่หยั่งที่เขาพูด
ตัวคนพูดเอง เขาก้หลับหูหลับตาตาม อ รอฟิก กันแบบสุดโต่งไม่ลืมหูลืมตา
ซึ่งผมคนบ้านป่าเอง ผมรู้ดีว่าครูลีเป็น ผมเป็นอีกคนที่มองในแง่กว้างเพราะผมเรียนท่าอิฐมา แล้วศาสน
والسلام عليكم salam

อาลี เสือสมิง

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2179
Re: ปัญหาในปัจจุบัน
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 06, 2014, 08:37:19 PM »
وعليكم السلام ورحمة الله وبركاته

คุณนาบิ้ล ครับ ! เรื่องในทำนองนี้มีมานานแล้ว ผมมิใช่คนแรก และมิใช่คนสุดท้ายที่จะถูกกล่าวหาว่าเป็นนั่นเป็นนี่  คนเหล่านั้นชอบกล่าวหาผู้อื่นจนเป็นเรื่องปกติ ปล่อยพวกเขาให้อยู่กับวังวนของการกล่าวหาและการกล่าวอ้างไปเถิด ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาก็ต้องตาย ผมก็ต้องตาย ดุนยาเป็นสถานที่แห่งการแสดงพฤติกรรม ไม่ใช่สถานที่แห่งการพิพากษาตัดสินและตอบแทน  ดังนั้นผู้มีปัญญาจะไม่แสดงพฤติกรรมที่จะเป็นหลักฐานปรักปรำตัวเองในอาคิเราะฮฺ และผู้มีปัญญาจะกล่าวหาตัวเองก่อนที่จะกล่าวหาผู้อื่นเสมอ ผู้มีปัญญาจะพิพากษาตัดสินพฤติกรรมของตนในดุนยาว่าดีหรือชั่ว เป็นคุณหรือเป็นโทษ ซึ่งการกระทำเช่นนี้ย่อมเป็นเรื่องง่ายสำหรับตนมากกว่าการที่ตนจะถูกตัดสินพิพากษาในอาคิเราะฮฺซึ่งหนักหน่วงและรุนแรง


การยอมให้ผู้อื่นกล่าวหาและพิพากษาตัวเราในดุนยาทั้งที่เราก็รู้อยู่แก่ใจว่าตัวเรามิได้เป็นอย่างที่เขากล่าวหาและพิพากษาเราโดยที่เขาไม่รู้จักตัวตนจริงๆ ของเรา ย่อมง่ายกว่าการที่เรากล่าวหาผู้อื่นด้วยอคติและมิจฉาทิฐิ ตลอดจนง่ายกว่าการที่เราพิพากษาผู้อื่นทั้งที่เรามิใช่ผู้พิพากษา แล้วสิ่งที่เรากล่าวหาผู้อื่นก็ย้อนกลับมาเล่นงานตัวเราในวันที่เอกองค์ผู้พิพากษาจริงๆ ทรงนำหลักฐานมาหักล้างข้อกล่าวหาของเราที่มีต่อคนอื่น จนเราดิ้นไม่หลุดและถูกลงทันฑ์อันเจ็บแสบด้วยเหตุที่เรากล่าวหาผู้อื่นด้วยความไม่รู้จริง และพิพากษาผู้นั้นโดยพละการ  ผู้มีปัญญาย่อมไม่ยี่หระและสะทกสะท้านกับการกล่าวหาของมนุษย์ด้วยกัน เพราะมนุษย์ผู้นั้นย่อมถูกพิพากษาด้วยความรู้และความยุติธรรมของพระผู้ทรงปรีชาญาณเช่นกัน


ผู้มีปัญญาย่อมปกป้องตัวเองในยามที่จำเป็น แต่การปกป้องตัวเองต้องไม่นำไปสู่การกล่าวหาและพิพากษาผู้อื่นโดยที่ตนไม่รู้จริง เพราะนั่นไม่ใช่การปกป้องตนเอง หากแต่เป็นการนำภัยมาสู่ตัวเองโดยไม่จำเป็น เพราะเราพูดในสิ่งที่เราไม่รู้จริง คำพูดนั้นย่อมนำภัยมาสู่ตัว  ยิ่งถ้าพูดถึงคนอื่นทั้งๆ ที่ไม่รู้จริง คำพูดนั้นย่อมเป็นมุสาวาจา และมุสาวาจาย่อมนำไปสู่ความชั่ว และความชั่วย่อมนำไปสู่นรกภูมิ (วัล-อิยาซุบิลลาฮฺ)


ดังนั้นการที่มีกลุ่มคนกล่าวหาและพิพากษาผมว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เป็นพวกนั้นเป็นพวกนี้ มิใช่พวกของเราแต่เป็นพวกนั้นซึ่งเราไม่ถือเป็นพวก หรือมีคนรักเท่าผืนหนังคนชังเท่าผืนเสื่อ จึงถือเป็นเรื่องปกติเมื่อพวกเขาไม่อยากให้ผมเป็นพวก และกล่าวหาว่าผมเป็นคนละพวก ก็ปล่อยพวกเขาไปเถิดเพราะเวลาลงหลุมความเป็นพวกที่ใช้อคติหรือความนิยมคลั่งใคล้เป็นตัวกำหนดย่อมไม่มีประโยชน์แต่อย่างใด


ถึงคราที่ลงหลุมความเป็นพวกก็จากจรและหันหลังให้ ไม่มีคนใดสักคนที่อ้างว่าเป็นพวกลงหลุมตามไปด้วย ต่อให้ผมเป็นพวกเดียวกับพวกเขา พวกเขาก็ย่อมทิ้งผมไว้ก้นหลุมนั้นเพียงลำพัง และต่อให้ผมเป็นวะฮฺฮาบียฺ ถึงคราดินกลบหน้าก็หาได้มีวะฮฺฮาบียฺคนใดลงไปนอนร่วมกับผมที่ก้นหลุมนั้น ยามเกิดก็มาคนเดียว ยามอยู่ก็เดียวดาย ยามตายก็ไร้พรรคพวก แล้วจะไปยึดติดกับเรื่องพรรค์อย่างนี้ทำไมกัน 


ก่อนหน้านี้พวกเขาก็ไม่รู้จักผม ที่ว่ารู้จักผมดีนั้นก็เจือสมเอาเอง และผมก็ไม่รู้จักพวกเขามาก่อน ต่างคนต่างก็ไม่รู้จักกัน ผมคงไม่กล่าวหาพวกเขาเพราะผมไม่รู้จักพวกเขามาก่อน การเจอหน้าและคุยกันแบบผิวเผินนั้นยังไม่เรียกว่ารู้จัก แต่ที่ผมรู้ก็คือพวกเขากล่าวหาผมแน่นอน และหลังจากวันตายของผม พวกเขาก็ย่อมไม่มีทางที่จะได้รู้จักตัวจริงของผมอยู่ดี รอให้ถึงวันนั้นจะดีไหม วันที่ผมและพวกเขาไปรวมอยู่ ณ สถานที่เดียวกัน และเราจะได้รู้ว่าใครกันที่จะตกเป็นจำเลยตัวจริง

والله ولي التوفيق