สารบัญปัญหาคาใจ > หมวด : อิบาดะฮฺอื่นๆ, ฟะฎออิลุ้ลอะม้าล

การฟังหรือการอ่านจากอินเตอร์เนทจากเวปอาจารย์อาลี จะถือว่าเป็นการเรียนกับครู ?

(1/1)

อบูบักร์:
 salamครับอาจารย์
อยากทราบว่าการฟังหรือการอ่านจากอินเตอร์เนทจากเวปอาจารย์อาลี จะถือว่าเป็นการเรียนกับครูและจะถูกเรียกว่าลูกศิษท์ได้ไหมครับ
และอีกเรื่องที่อยากถาม คือหากเราเรียนและศึกษาจากเอกสารหรือไม่ได้ผ่านครู เราสามารถไปสอนคนอื่นได้ไม คือเคยมีคนบอกว่าหากคนใดเรียนโดยไม่ผ่านครู ไม่มีสนัด สายรายงานทางวิชาการ ห้ามสอน หรือห้ามตนเองว่าผู้รู้และคนอื่นก็ห้ามเรียกเขาว่าผู้รู้หรืออุลามาอฺเช่นกันใช่ไมครับ

อาลี เสือสมิง:
وعليكم السلام ورحمة الله وبركاته
الحمدلله والصلاة والسلام على رسول الله وبعد

หากผู้ฟังหรือผู้อ่านหนังสือเป็นนักเรียนโรงเรียนมัจลิซุดดีนีหรือโรงเรียนญะมาลุลอัซฮัร ตลอดจนผู้ฟังหรือผู้อ่านหนังสือที่ติดตามมาเรียนกับผมตามสถานที่ต่างๆ ที่มีการสอนเป็นประจำโดยบุคคลดังกล่าวมีเจตนามุ่งมาเอาวิชาความรู้ ก็เรียกบุคคลทั้งหมดนั้นได้ว่าเป็นมุรีด (ศิษย์) ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเข้าเวบไซด์มาฟังหรืออ่านข้อความที่ลงไว้หรือไม่ก็ตาม


ดังนั้นการจะเป็นครูและศิษย์ของผู้ฟัง – ผู้อ่านกับผู้สอนขึ้นอยู่กับเจตนารมณ์ (อิรอดะฮฺ) ที่มุ่งหมายเป็นสำคัญ จะด้วยการบอกศิษย์ของครูให้ศิษบ์จดบันทึก (อิมลาอฺ) สิ่งที่ครูจดจำหรือจากหนังสือหรือจากตำราของครูก็ได้ การฟังเช่นนี้อ้างถึงครูได้โดยเฉพาะเมื่อบุคคลนั้นเคยพบหรือเคยเรียนโดยตรงกับครู


ถัดมาคืออ่านให้ครูฟังเรียกว่า “นำเสนอ” (อัล-อัรฺฏ์) ไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นผู้อ่านเองหรือคนอื่นอ่านก็ตาม โดยผู้นั้นได้ฟังจากหนังสือของครูหรือการจดจำของครู และการฟังจากเบื้องหลังฉากกั้นคือไม่เห็นตัวของครูถือว่าใช้ได้ เมื่อรู้กันว่าเสียงนั้นเป็นเสียงของครูตามทัศนะของปวงปราชญ์ ถัดมาก็คือการอนุญาตให้จากครู (อัล-อิญาซะฮฺ) เช่นกรณีของผู้ฟังหรือผู้อ่านจากเวบไซด์นี้ได้พบผมจริงๆ แล้วขออิญาซะฮฺจากผม เป็นต้น


และกรณีที่ครูได้อิญาซะฮฺแก่กลุ่มบุคคลโดยครูไม่รู้จักตัวตน เชื้อสาย จำนวนของกลุ่มคณะนั้นก็ถือว่าการอิญาซะฮฺนั้นใช้ได้ เช่นเดียวกับการที่กลุ่มบุคคลนั้นได้ฟังจากครูในสถานที่สอนของครูในสภาพนี้ ถัดมาก็คือการอนุญาตโดยลายลักษณ์อักษรหรือโดยการมอบหนังสือของครูให้แก่ผู้นั้น


ดังนั้น เมื่อเวบไซด์นี้ระบุการอิญาซะฮฺในการถ่ายทอดสิ่งที่ผมสอนหรือหรือเขียนเอาไว้ในลักษณะกว้างๆ สำหรับผู้ที่ประสงค์จะเรียนรู้ก็ถือได้ว่า ผู้ที่เข้ามาฟังและอ่านโดยมีเจตนารมย์ในการเอาความรู้และมีเจตนาถือเอาผมเป็นครู ผู้นั้นก็ย่อมได้ชื่อว่าเป็นศิษย์ของผมแล้ว ส่วนผู้ที่เข้ามาฟังหรืออ่านข้อมูลในเวบไซด์นี้โดยไม่มีเจตนารมณ์ในฐานะ “มุรีด” แต่มีเจตนาเป็นอื่น ผู้นั้นก็หาได้ชื่อว่าเป็นศิษย์ (มุรีด) ไม่


ส่วนกรณีที่ถามมาว่า หากเราเรียนและศึกษาจากเอกสารหรือไม่ได้ผ่านครู เราสามารถนำไปสอนคนอื่นได้หรือไม่ ก็ต้องพิจารณาว่า เอกสารหรือหนังสือดังกล่าวเขียนเกี่ยวกับเรื่องอะไร มีข้อมูลที่ถูกอ้างอิงจากแหล่งที่ถูกต้องหรือไม่ หากเอกสารหรือหนังสือนั้นเขียนหรือรวบรวมโดยผู้รู้ มีเนื้อหาที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ว่าเป็นงานเขียนทางวิชาการของผู้รู้นั้น และเป็นแหล่งอ้างอิง (มะรอญิอฺ) ทางวิชาการก็ย่อมสามารถอ้างอิงและถ่ายทอดได้ เช่น ตำราอัล-หะดีษที่โด่งดังและรับรู้กันโดยทั่วไป ตำราตัฟสีร และตำราฟิกฮฺ เป็นต้น  เพราะการค้นคว้าและอ้างอิงข้อมูลจากตำราเหล่านี้ส่วนใหญ่ผู้ค้นคว้าและอ้างหรือถ่ายทอดความรู้จากตำราประเภทนี้สามารถค้นคว้าและอ่านข้อมูลนั้นด้วยตัวเองโดยไม่ต้องผ่านครูก็ได้


หากกำหนดกฏเกณฑ์ว่าจะอ้างหรือสอนตำราหรือสอนหนังสือเล่มใดแก่ผู้อื่น จำต้องผ่านครูหรือมีสายรายงานจนถึงผู้แต่งตำราหรือหนังสือนั้น หาไม่แล้วก็ห้ามสอนหรือถ่ายทอดหรือแปลหรืออ้างอิง ก็ต้องถามว่าตำราหรือหนังสือเหล่านั้นจะถูกถ่ายทอดหรือนำความรู้ในตำราหรือหนังสือเหล่านั้นมาเผยแพร่ได้อย่างไร ในเมื่อตัวผู้รู้นั้นเองอาจจะไม่เคยเรียนตำราหรือหนังสือเล่มนั้นกับครูผู้ใดมาก่อนเลย และตำราอ้างอิงจำนวนมากก็ไม่มีผู้ใดนำมาสอนเสียด้วย เมื่อไม่มีคนสอนก็ย่อมไม่มีคนเรียน เมื่อคนสอนและคนเรียนไม่มี สายรายงานก็ย่อมไม่มี และผู้รู้หรือนักวิชาการจะแต่งตำราทำไม


หากเราตั้งกฏเกณฑ์อย่างที่ถามมาและถือเคร่งครัดว่าต้องเป็นเช่นนั้น ตำราที่ผู้รู้ในบ้านเราซึ่งหามาเก็บไว้ในตู้หนังสือก็ย่อมไร้ค่าและสูญเปล่า เพราะตำราหรือหนังสือในตู้เป็นจำนวนมากหรือเกือบทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นตำราอ้างอิงหรือหนังสือที่แต่งขึ้นในภาควิชาต่างๆ ก็ตาม ผู้รู้นั้นอาจจะไม่เคยเรียนตำราเหล่านั้นกับครูคนใดเลยหรือไม่เคยเป็นศิษย์ของผู้แต่งตำราเหล่านั้น แล้วจะมีสายรายงานถึงผู้แต่งตำรานั้นได้อย่างไร?


เช่น ผู้รู้อาจจะเคยเรียนตัฟสีรอัล-ญะลาลัยนฺผ่านครูที่สอนก็จริงและครูที่สอนตัฟสีรเล่มนี้ก็เรียนกับครูของท่าน และครูของครูก็เรียนมาจากครูของท่านอย่างนี้ก็เรียกว่ามีสะนัดหรือสายรายงานแล้ว แต่นั่นก็เป็นเรื่องของตัฟสีรฺอัล-ญะลาลัยนฺเท่านั้น แล้วตัฟสีรฺอีกหลายชุดที่นักวิชาการแต่งเอาไว้เล่า คงต้องเก็บเอาไว้ตู้หนังสือเพราะเจ้าของหนังสือซึ่งเป็นผู้รู้ได้จัดหาซื้อมาเรียงเป็นตับไม่ได้เรียนตำราตัฟสีรฺเหล่านั้นผ่านครู หากถือตามกฏเกณฑ์ที่ว่ามาก็ย่อมไม่สามารถนำมาสอนหรือนำมาอ้างอิงได้เพราะไม่มีสะนัด!


ยิ่งไปกว่านั้นตำราแบบเรียนที่ใช้ทำการเรียนการสอนตามโรงเรียนปอเนาะหรือโรงเรียนซานาวียฺในบ้านเรามีจำนวนมากที่ถูกนำมาใช้สอนโดยที่ครูประจำวิชานั้นๆ ไม่เคยร่ำเรียนหนังสือนั้นกับครูมาก่อนในสมัยเป็นนักเรียน กรณีเช่นนี้ก็คงทำไม่ได้ตามกฏเกณฑ์ที่ว่ามา ครูที่สอนก็จะถูกห้ามสอนกระนั้นหรือ และเมื่อเป็นครูก็ต้องมีวิชาความรู้หรือเป็นผู้รู้ เมื่อครูสอนหนังสือแบบเรียนที่ตนไม่มีสะนัดก็จะกลายเป็นบุคคลที่ไม่รู้หรือไม่อาจเรียกว่าผู้รู้กระนั้นหรือ


ถ้าถือเคร่งครัดตามกฏที่ว่า ก็คงต้องปิดโรงเรียนปอเนาะหรือโรงเรียนซานาวียฺทั้งหมด! ดังนั้น การเรียนการสอนจากตำราหรือหนังสือถ้ามีสายรายงานหรือมีการผ่านครูก็ย่อมถือว่าดีที่สุด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าตำราหรือหนังสือทุกเล่มที่มีการเรียนการสอนจะต้องมีเงื่อนไขดังกล่าวเสมอไป เพราะเท่าที่รู้ เขาจะเคร่งครัดเรื่องสะนัดในภาควิชากิรออะฮฺและการรายงานหะดีษเสียมากกว่า ไม่ใช่เหมารวมทุกสาขาวิชาไปเสียทั้งหมด

วัลลอฮฺฮุอะลัม

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

Go to full version